Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 440

เล่ม มมร. 30 หน้า 440 ข้อ 740
ลูกคนจัณฑาล เข้าไปพระนครแล้ว มีใจเจียมตัว ถือกระเบื้องเที่ยวไป ฉันใด สารีบุตรนี้ก็อยู่ ฉันนั้น พวกเธอจงไหว้ สารีบุตรผู้ปรินิพพานแล้วเถิด. ก็โคอุสภะตัวมีเขาและหูขาดแล้วไม่ เบียดเบียน เที่ยวไปภายในเมืองฉันใด สารีบุตรนี้ก็อยู่ฉันนั้น พวกเธอจงไหว้ สารีบุตร ผู้ปรินิพพานแล้วเถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสรรเสริญพระเถระ ด้วยพระคาถาห้าร้อย ด้วยประการฉะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสรรเสริญคุณพระเถระ โดยประการใด ๆ พระเถระก็ไม่อาจจะดำรงอยู่โดยประการนั้น ๆ หวั่นไหว เหมือนไก่วิ่งไปข้างหน้าแมวฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น พระอานนทเถระ จึง กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กายของข้าพระองค์ ย่อมหวั่นไหวปาน ประหนึ่งจะงอมระงมไป. เรื่องทั้งหมดควรให้พิสดาร. เนื้อความแห่งบทเป็นต้นว่า ประหนึ่งจะงอมระงมไป ในบทนั้น ท่านกล่าวไว้แล้วเที่ยว. ก็ธรรม คือ อุทเทศและการสอบถาม ท่านประสงค์ เอาในบทว่า ธรรม นี้. เพราะว่า เมื่อไม่ถือเอาธรรมคืออุทเทศและการ สอบถาม จิตก็ไม่เป็นไปเพื่อจะถือเอา หรือว่า ครั้นถือเอาแล้ว จิตก็ไม่เป็นไป เพื่อจะสาธยาย. ลำดับนั้น พระศาสดาทรงลืมพระเนตรที่วิจิตรด้วยประสาท ทั้ง ๕ ขึ้น ทรงแลดูพระเถระ ทรงถอนพระทัยด้วยหวังว่า เราจะให้เธอเบาใจ จึงตรัสคำเป็นต้นว่า อานนท์ สารีบุตรของเธอไปไหนหนอ. บรรดาบทเหล่านั้น สีลขนฺธํ กองแห่งศีล ได้แก่ ศีลที่ เป็นโลกิยะและโลกุตระ. แม้ในสมาธิและปัญญาก็นัยนี้แหละ. ส่วนวิมุตติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka