Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 463

เล่ม มมร. 30 หน้า 463 ข้อ 772
ในกายอยู่. มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสใน โลกเสีย. ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตใน จิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย. ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เพราะบุคคล ไม่ได้เจริญ ไม่ได้กระทำให้มากซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล พระสัทธรรม จึงตั้งอยู่ไม่ได้นาน ในเนื้อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว. และเพราะบุคคล ได้เจริญ ได้กระทำให้มาก ซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล พระสัทธรรมจึงตั้ง อยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว. จบฐิติสูตรที่ ๒ อรรถกถาฐิติสูตร ในฐิติสูตรที่ ๒ คำว่า ย่อมมีการเสื่อมสูญแห่งพระสัทธรรม * ได้แก่ ย่อมมีความเสื่อมหายด้วยอำนาจบุคคล. จริงอยู่ ภิกษุใด ตอนที่ พระพุทธเจ้าทั้งหลายยังทรงพระชนม์อยู่ ไม่เจริญสติปัฏฐาน ๔ พระสัทธรรม ของภิกษุนั้น ก็เป็นอันหายไป เหมือนพระสัทธรรมของพระเทวทัตเป็นต้น. ในสูตรนี้ ตรัสถึงความสูญหายแห่งธรรมของบุคคลนั้นแล. จบอรรถกถาฐิติสูตรที่ ๒ * พม่าไม่มี แห่งพระสัทธรรม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka