Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 63

เล่ม มมร. 31 หน้า 63 ข้อ 965
[๙๖๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ถึงท่านจะติความแก่อันเลวทราม ถึง ท่านจะติความแก่อันทำให้ผิวพรรณทราม ไป รูปอันน่าพึงใจก็คงถูกความแก่ย่ำยีอยู่ นั่นเอง แม้ผู้ใดพึงมีชีวิตอยู่ได้ร้อยปี (ผู้ นั่นเองก็ไม่พ้นความตายไปได้) สัตว์ทั้งปวงมี ความตายเป็นเบื้องหน้า ความตายย่อมไม่ ละเว้นอะไร ๆ ย่อมย่ำยีทั้งหมดทีเดียว. จบชราสูตรที่ ๑ ชราวรรคที่ ๕ อรรถกถาชราสูตร ชราวรรคที่ ๕ สูตรที่ ๑. คำว่า ปจฺฉาตปเก (มีแดดอยู่ทาง หลัง) คือมีแดดอยู่ทางทิศตะวันตกเเห่งปราสาท เพราะเงาปราสาทบังทิศ- ตะวันออก อธิบายว่า เสด็จประทับนั่งบนพระบวรพุทธอาสน์ที่ปูไว้ในที่นั้น. คำว่า ผินพระปฤษฎางค์ผิงแดด ความว่า เพราะในพระสรีระที่เป็น อุปาทินนกสังขารแท้ของพระสัมพุทธเจ้า ในเวลาร้อนก็ร้อน ในเวลาเย็นก็ เย็น ก็สมัยนี้เป็นสมัยหนาวมีน้ำค้างตก ฉะนั้น ในเวลานั้นจึงทรงเอา มหาจีวรออกแล้ว เสด็จประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ผิงแดด. ถามว่า แสงแดด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka