[๙๙๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความที่อินทรีย์ ๔ ประการนี้แล
อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ภิกษุผู้ขีณาสพย่อมพยากรณ์อรหัตผล
ได้ว่า เรารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว .. .กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
จบตติยปุพพรามสูตรที่ ๗
๘. จตุตถปุพพารามสูตร
ว่าด้วยอินทรีย์ ๕
[๙๙๙] นิทานนั้นเหมือนกัน. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความที่อินทรีย์เท่าไรหนอ อันตนเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว ภิกษุผู้ขีณาสพย่อมพยากรณ์อรหัตผลได้ว่า เรารู้ชัดว่า
ชาติสิ้นแล้ว...กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมทั้งหลายของพวกข้าพระองค์ มีพระผู้มีพระภาคเจ้า
เป็นแบบอย่าง ฯลฯ
[๑๐๐๐] พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความที่อินทรีย์ ๕ ประการ
อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ภิกษุผู้ขีณาสพย่อมพยากรณ์อรหัตผล
ได้ว่า เรารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว ...กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
[๑๐๐๑] อินทรีย์ ๕ ประการเป็นไฉน. คือ สัทธินทรีย์ ๑ วิริ-
ยินทรีย์ ๑ สตินทรีย์ ๑ สมาธินทรีย์ ๑ ปัญญินทรีย์ ๑
[๑๐๐๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความที่อินทรีย์ ๕ ประการนี้แล
อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ภิกษุผู้ขีณาสพ ย่อมพยากรณ์อรหัตผล
ได้ว่า เรารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว . .. กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
จบจตตุถปุพพารามสูตรที่ ๘