Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 153

เล่ม มมร. 31 หน้า 153 ข้อ 1166 1167 1168
[๑๑๖๖] อุณ. ดูก่อนท่านอานนท์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันทะนั้นยัง มีอยู่ ไม่ใช่ไม่มี บุคคลจักละฉันทะด้วยฉันทะนั่นเอง ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะ มีได้. อา. ดูก่อนพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น เราจะย้อนถามท่านในเรื่องนี้ ท่าน เห็นควรอย่างไร พึงแก้อย่างนั้นเถิด. [๑๑๖๗] ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ใน เบื้องต้น ท่านได้มีความพอใจว่า จักไปอาราม เมื่อท่านไปถึงอารามแล้ว ความ พอใจที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไปมิใช่หรือ. อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ. อา. ในเบื้องต้น ท่านได้มีความเพียรว่า จักไปอาราม เมื่อท่าน ไปถึงอารามแล้ว ความเพียรที่เกิดขึ้นนั้น ก็ระงับไปมิใช่หรือ. อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ. อา. ในเบื้องต้น ท่านได้มีความคิดว่า จักไปอาราม เมื่อท่านไป ถึงอารามแล้ว ความคิดที่เกิดขึ้นนั้น ก็ระงับไปมิใช่หรือ. อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ. อา. ในเบื้องต้น ท่านได้ตริตรองพิจารณาว่า จักไปอาราม เมื่อ ท่านไปถึงอารามแล้ว ความตริตรองพิจารณาที่เกิดขึ้นนั้นก็ระงับไปมิใช่หรือ. อุณ. อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ. [๑๑๖๘] อา. ดูก่อนพราหมณ์ อย่างนั้นเหมือนกัน ภิกษุใดเป็น พระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระ ลงได้แล้ว มีประโยชน์ของตนถึงแล้วโดยลำดับ สิ้นสังโยชน์ที่จะนำไปสู่ภพแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้น ในเบื้องต้น ก็มีความพอใจเพื่อบรรลุ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka