Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 170

เล่ม มมร. 31 หน้า 170 ข้อ 1206 1207 1208
ก็ฉันนั้น เธอมีใจเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ ด้วย ประการฉะนี้. [๑๒๐๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอิทธิบาท ๔ แล้ว อย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คน เดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไป ตลอดพรหมโลกก็ได้. [๑๒๐๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอิทธิบาท ๔ แล้ว อย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญา วิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ (แม้อภิญญาทั้งหกก็พึงขยายความออกไป) จบมรรคสูตรที่ ๑ ๒. อโยคุฬสูตร ว่าด้วยการแสดงฤทธิ์ [๑๒๐๘] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบอยู่หรือว่า พระองค์ทรงเข้าถึงพรหมโลกด้วย พระฤทธิ์ พร้อมทั้งพระกายอันสำเร็จแต่ใจ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka