Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 201

เล่ม มมร. 31 หน้า 201 ข้อ 1283 1284
อรรถกถาอัมพปาลิสูตร อัมพปาลิสูตรที่ ๙. คำว่า อาสภิวาจา หมายถึงวาจาสูงสุดที่ส่อง ถึงความเป็นพระอรหันต์ของตน. คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีใจความตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาอัมพปาลิสูตรที่ ๙ จบรโหคตวรรควรรณนาที่ ๑ ๑๐. คิลานสูตร* จิตตั้งมั่นในสติปัฏฐานทุกขเวทนาไม่ครอบงำ [๑๒๘๓] สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอยู่ในป่าอันธวัน ใกล้พระ- นครสาวัตถี อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้งนั้น ภิกษุมากรูปเข้าไป หาท่านพระอนุรุทธะถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ถามท่านพระอนุรุทธะว่า ท่าน อนุรุทธะอยู่ด้วยวิหารธรรมข้อไหน ทุกขเวทนาในสรีรกายที่บังเกิดขึ้น จึง ไม่ครอบงำจิต. [๑๒๘๔] ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย เรามี จิตตั้งมั่นอยู่ในสติปัฏฐาน ๔ ทุกขเวทนาในสรีรกายที่บังเกิดขึ้น จึงไม่ครอบงำจิต สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน เราย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ...ย่อมพิจารณา เห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็น ธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัส * คิลานสูตรที่ ๑๐ ไม่มีอรรถกถาแก้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka