Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 238

เล่ม มมร. 31 หน้า 238 ข้อ 1354
ก็ได้ แต่ว่า ชื่อว่าสงบ ระงับดับแล้วเพราะความที่อารมณ์สงบบ้าง ชื่อว่า ประณีต ทำให้ไม่รู้สึกอิ่ม เพราะความที่องค์สงบกล่าวคือความแทงตลอดบ้าง เพราะความที่อารมณ์ประณีตบ้าง เพราะความที่ธรรมประณีตบ้าง. เหตุนั้นพระ ผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สนฺโต เจว ปณีโต จ ดังนี้. ก็ในคำว่า ชื่นใจ (ละเมียดละไม) เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข นี้ ชื่อว่า ชื่นใจ เพราะอานาปานสติสมาธินั้นไม่หยาบ ไม่เปรอะ ไม่ปน แยกเป็น หนึ่งได้จำเพาะตัว หมายความว่าในอานาปานสติสมาธินี้ บริกรรม หรือความ สงบด้วยอุปจารไม่มี อานาปานสติสมาธินั้น สงบและประณีต ตาม ธรรมชาติของตัวเอง เริ่มแต่การรวบรวมจิตใน เบื้องต้นมาทีเดียว. บางท่านว่า คำว่า ชื่นใจ คือไม่ต้องใส่โอชะลงไป ก็มีรสเอร็ดอร่อยได้ หวานตามธรรมชาติ โดยแท้. พึงทราบว่า อานาปานสติสมาธินี้ ชื่อว่า ชื่นใจ และชื่อว่าเป็นธรรม เครื่องอยู่เป็นสุข เพราะเป็นไปเพื่อได้รับความสุขทั้งทางกายและทางใจในขณะ ที่จิตใจแนบแน่นแล้ว ด้วยประการฉะนี้. คำว่า ที่บังเกิดขึ้นแล้ว ๆ คือ ที่ยังไม่ได้ข่มไว้แล้ว. คำว่า ปาปเก คือ ลามก. คำว่า อกุศลธรรม คือ ธรรมที่เกิดพร้อมเพราะความ ไม่ฉลาด. คำว่า ให้อันตรธานสงบโดยพลัน คือ ให้หายไปได้แก่ข่มไว้ได้ โดยทันทีทันใดทีเดียว. คำว่า วูปสเมติ คือทำให้สงบได้โดยดี มีคำที่ท่าน อธิบายไว้ว่า อานาปานสติสมาธิที่ถึงความเจริญแห่งอริยมรรคแล้ว ชื่อว่าย่อม ตัดขาด คือทำให้สงบระงับได้โดยลำดับ เพราะเป็นไปในฝ่ายแทงตลอด. คำว่า ในเดือนท้ายฤดูร้อน คือ ในเดือนอาสาฬหะ. คำว่า ธุลีและละอองที่ ฟุ้งขึ้น คือ ในกึ่งเดือน* ฝุ่นและละอองบนแผ่นดินที่แห้งเพราะลมและแดด * พม่า เพราะความที่อารมณ์เป็นของปฏิกูล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka