พ. ดูก่อนมหาบพิตร อุบาสกเป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เป็นผู้งด
เว้น จากอทินนาทาน เป็นผู้งดเว้น จากกาเมสุมิจฉาจาร เป็นผู้งดเว้นจากมุสา
วาท เป็นผู้งดเว้น จากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อุบาสก
จึงจะชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล.
[๑๕๙๒] ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่าไร อุบาสก
จึงจะชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา.
พ. ดูก่อนมหาบพิตร อุบาสกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศรัทธา คือ
เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตว่า แม้เพราะเหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์นั้น ฯลฯ เป็นผู้จำแนกธรรม ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล อุบาสกจึงจะ
ชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา.
[๑๕๙๓] ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่าไร อุบาสก
จึงจะชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ.
พ. ดูก่อนมหาบพิตร อุบาสกในธรรมวินัยนี้ มีใจปราศจากความ
ตระหนี่ อันเป็นมลทิน มีจาคะอันไม่ติดขัด มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการ
สละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนก อยู่ครอบครองเรือน ด้วยเหตุเพียง
เท่านี้ อุบาสกจึงจะชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ.
[๑๕๙๔] ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ด้วยเหตุเพียงเท่าไร อุบาสก
จึงจะชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา.
พ. ดูก่อนมหาบพิตร อุบาสกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีปัญญา คือ
ประกอบด้วยปัญญาเป็นเหตุให้ถึง (เห็น) ความเกิดความดับ เป็นอริยะ
เป็นไปเพื่อชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล
อุบาสก จึงชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา.
จบมหานามสูตรที่ ๗