Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 122

เล่ม มมร. 32 หน้า 122 ข้อ 61
ให้เป็นไป เที่ยวไป อยู่ ด้วยเหตุนั้นท่านจึงเรียกว่า วิหรติ ด้วยบทนี้ ท่านจึงกล่าวการอยู่ด้วยอิริยาบถ ของภิกษุผู้เสพเมตตา. บทว่า สตฺถุ สาสนกโร ได้แก่ ผู้กระทำตามอนุสาสนี ของ พระศาสดา บทว่า โอวาทปฏิกโร ได้เก่ผู้กระทำตามโอวาท. ก็ในเรื่องนี้ การกล่าวคราวเดียว ชื่อว่าโอวาท การกล่าวบ่อย ๆ ชื่อว่า อนุสาสนี. แม้การกล่าวต่อหน้า ก็ชื่อว่า โอวาท การส่ง (ข่าว) ไปกล่าวลับหลัง ชื่อว่า อนุสาสนี. การกล่าวในเมื่อเรื่อง เกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่า โอวาท. ส่วนการกล่าวในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นหรือ ยังไม่เกิดขึ้น ชื่อว่า อนุสาสนี. พึงทราบความแปลกกันอย่างนี้. แต่ เมื่อว่าโดยปรมัตถ์ คำว่า โอวาท หรืออนุสาสนีนั้น เป็นอันเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เข้ากันได้ เกิดร่วมกันนั้นนั่นแล. ก็ในที่นี้ คำว่าภิกษุทั้งหลาย หากภิกษุเสพเมตตาจิต แม้เพียงลัดนิ้ว มือเดียว นี้แล เป็นคำสอนและเป็นโอวาทของพระศาสนา พึงทราบ ว่า ภิกษุนั้น ชื่อว่า ผู้ทำตามคำสอน และผู้สนองโอวาท เพราะปฏิบัติ คำสอนและโอวาทนั้น. บทว่า อโมฆํ แปลว่า ไม่เปล่า. บทว่า รฏฺบปิณฺฑํ ความว่า บิณฑบาต (อาหาร) นั่นแล ท่านเรียกว่า รัฏฐบิณฑะ (ก้อนข้าวของ ชาวแคว้น) เพราะอาหารนั้น ภิกษุผู้สละเครือญาติ อาศัยชาวแว่น แคว้น บวชแล้วได้จากเรือนของคนอื่น. บทว่า ปริภุญฺชติ ความว่า บริโภค มี ๔ อย่าง คือ เถยย- บริโภค อิณบริโภค ทายัชชบริโภค สามิบริโภค. ในบริโภค ๔ อย่างนั้น การบริโภคของผู้ทุศีล ชื่อว่า เถยยบริโภค. การบริโภค
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka