Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 199

เล่ม มมร. 32 หน้า 199 ข้อ 145
สัพพัญญู. การเปล่งอาสภิวาจา เป็นบุพนิมิตแห่งการประกาศ พระธรรมจักรอันประเสริฐ อันใคร ๆ เปลี่ยนแปลงไม่ได้. แม้พระผู้มี พระภาคเจ้าพระองค์นี้ ก็เสด็จไปเหมือนอย่างนั้น ละการเสด็จไปของ พระองค์นั้น ก็ได้เป็นอาการอันแท้ ไม่เปรผัน ด้วยความเป็นบุพนิมิต แห่งการบรรลุคุณวิเศษเหล่านั้นแล. ด้วยเหตุนั้นพระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า พระควัมบดีโคดมนั้นประสูติแล้วในบัดเดี๋ยวนั้น ก็ทรงสัมผัสพื้นดินด้วยพระยุคลบาทสม่ำเสมอ เสด็จย่างพระบาทไปได้ ๗ ก้าว และฝูงเทพยดา เจ้าก็กางกั้นเศวตฉัตร พระโคดมนั้นครั้นเสด็จ ไปได้ ๗ ก้าว ก็ทอดพระเนตรไปรอบทิศเสมอกัน ทรงเปล่งพระสุรเสียงประกอบด้วยองค์ ๘ ประ การ ปานดังราชสีห์ยืนอยู่บนยอดบรรพตฉะนั้น ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะเสด็จไป อย่างนั้น เป็นอย่างนี้. อีกนัยหนึ่ง เหมือนอย่างพระผู้มีพระภาคพระวิปัสสีเสด็จไปแล้ว ฯลฯ พระผู้มีพระภาคพระกัสสปะเสด็จไปแล้วฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นี้ก็เหมือนฉันนั้นทีเดียว ทรงละกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ เสด็จไปแล้ว ทรงละพยาบาทด้วยความไม่พยาบาท ทรงละถีนมิทธะ ด้วยอาโลกสัญญา ทรงละอุทธัจจกุกกุจจะด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka