Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 45

เล่ม มมร. 33 หน้า 45 ข้อ 150
นางถามลัทธิตามที่ตนรู้มาทั้งหมดทีเดียว ตามที่พระเถระยินยอม. พระเถระก็กล่าวแก้ได้หมด. นางครั้นถามแล้วถามอีกจนหมดจึงได้นิ่ง. ลำดับนั้น พระเถระจึงกล่าวกะนางว่า ท่านถามเราหมดแล้ว แม้เรา ก็จะถามท่านข้อหนึ่ง. นาง - ถามเถิด เจ้าข้า. พระสารีบุตร - ที่ชื่อว่าหนึ่งคืออะไร. นางกุณฑลเกสเรียนว่า ดิฉันไม่ทราบ เจ้าข้า. พระสารีบุตร - เธอไม่ทราบแม้เหตุเพียงเท่านี้ เธอจักทรามอะไร อย่างอื่นเล่า. นางหมอบแทบเท้าทั้งสองของพระเถระ เรียนว่า ดิฉันขอถึง พระคุณเจ้าเป็นสรณะ เจ้าข้า. พระสารีบุตร - จะทำการถึงเราเป็นสรณะไม่ได้ บุคคลผู้เลิศ ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ประทับอยู่ที่วิหารใกล้ ๆ นี่เอง ขอเธอจงถึงพระองค์ท่านเป็นสรณะเถิด. นาง - ดิฉัน จักกระทำเช่นนั้น เจ้าข้า. พอตอนเย็น ในเวลาที่พระศาสดาทรงแสดงธรรม จึงไปยังสำนัก ของพระศาสดา ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์แล้วได้ยืน ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง. พระศาสดาตรัสคาถาในธรรมบทตามความเหมาะสม กับจริยาของนางที่เคยพิจารณาเห็นสังขารอันทุกข์บีบคั้นแล้ว ต่อไปว่า สหสฺสมปิ เจ คาถา อนตฺถปทสญฺหิตา เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ หากคาถาไม่ประกอบด้วยบทอันมีประโยชน์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka