นางถามลัทธิตามที่ตนรู้มาทั้งหมดทีเดียว ตามที่พระเถระยินยอม.
พระเถระก็กล่าวแก้ได้หมด. นางครั้นถามแล้วถามอีกจนหมดจึงได้นิ่ง.
ลำดับนั้น พระเถระจึงกล่าวกะนางว่า ท่านถามเราหมดแล้ว แม้เรา
ก็จะถามท่านข้อหนึ่ง.
นาง - ถามเถิด เจ้าข้า.
พระสารีบุตร - ที่ชื่อว่าหนึ่งคืออะไร.
นางกุณฑลเกสเรียนว่า ดิฉันไม่ทราบ เจ้าข้า.
พระสารีบุตร - เธอไม่ทราบแม้เหตุเพียงเท่านี้ เธอจักทรามอะไร
อย่างอื่นเล่า.
นางหมอบแทบเท้าทั้งสองของพระเถระ เรียนว่า ดิฉันขอถึง
พระคุณเจ้าเป็นสรณะ เจ้าข้า.
พระสารีบุตร - จะทำการถึงเราเป็นสรณะไม่ได้ บุคคลผู้เลิศ
ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ประทับอยู่ที่วิหารใกล้ ๆ
นี่เอง ขอเธอจงถึงพระองค์ท่านเป็นสรณะเถิด.
นาง - ดิฉัน จักกระทำเช่นนั้น เจ้าข้า.
พอตอนเย็น ในเวลาที่พระศาสดาทรงแสดงธรรม จึงไปยังสำนัก
ของพระศาสดา ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์แล้วได้ยืน ณ ที่ควร
ส่วนข้างหนึ่ง. พระศาสดาตรัสคาถาในธรรมบทตามความเหมาะสม
กับจริยาของนางที่เคยพิจารณาเห็นสังขารอันทุกข์บีบคั้นแล้ว ต่อไปว่า
สหสฺสมปิ เจ คาถา อนตฺถปทสญฺหิตา
เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ
หากคาถาไม่ประกอบด้วยบทอันมีประโยชน์