Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 52

เล่ม มมร. 33 หน้า 52 ข้อ 150
โคตมี. ถ้ากระนั้น พอที พระทศพลทรงรับสั่งให้ข้าพเจ้ารับเมล็ด พันธุ์ผักกาดนั้น จากเรือนที่ไม่เคยมีคนตาย. นางเดินไปเรือนหลังที่ ๓ โดยทำนองนี้นี่แหละแล้วคิดได้ว่า ใน นครทั้งสิ้นก็จักมีทำนองนี้เหมือนกัน พระพุทธเจ้าผู้ทรงอนุเคราะห์ด้วย ประโยชน์เกื้อกูลจักทรงเห็นเหตุนี้แล้ว ดังนี้ ได้ความสังเวชใจ ออกไป ภายนอกนครนั้นทีเดียว ไปยังป่าช้าผีดิบเอามือจับบุตรแล้วพูดว่า แน่ะ ลูกน้อย แม่คิดว่า ความตายนี้เกิดขึ้นแก่เจ้าเท่านั้น แต่ว่าความตายนี้ ไม่มีแก่เจ้าคนเดียว นี่เป็นธรรมดามีแก่มหาชนทั่วไป ดังนี้แล้ว จึงทิ้งลูก ในป่าช้าผีดิบแล้วกล่าวคาถานี้ว่า :- น คามธมฺโม โน นิคมสฺส ธมฺโม น จาปิยํ เอกกุลสฺส ธมฺโม สพฺพสฺส โลกสฺส สเทวกสฺส เอเสว ธมฺโม ยทิทํ อนิจฺจตา. ธรรมนี้นี่แหละคือควานไม่เที่ยง มิใช่ธรรมของ ชาวบ้าน มิใช่ธรรมของนิคม ทั้งมิใช่ธรรมกุศล เดียวดาย แต่เป็นธรรมของโลกทั้งหมด พร้อมทั้ง เทวโลก. ก็แหละครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว นางได้ไปยังสำนักของพระศาสดา. ทีนั้น พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนโคตมี เธอได้เมล็ดพันธุ์ผักกาดแล้วหรือ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่มีการที่จะใช้เมล็ดพันธุ์ผักกาด แล้ว แต่ขอพระองค์จงประทานที่พึ่งแก่ข้าพระองค์เถิด. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสคาถาในธรรมบทแก่นางว่า:-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka