Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 202

เล่ม มมร. 33 หน้า 202 ข้อ 204
ภายนอกพระศาสนา (เขา) เกิดในนรกด้วยวิบากของการประพฤติ ตบะนั้น ชื่อว่าย่อมอยู่เป็นทุกข์ในสัมปรายภพ. บทว่า โย กุสีโต โส ทุกขํ วิหรติ ความว่า แม้คนผู้เกียจ- คร้านนี้ ก็อยู่เป็นทุกข์ทั้งในปัจจุบันและสัมปรายภพ. ถามว่า อยู่เป็นทุกข์อย่างไร. ตอบว่า บุคคลใด จำเดิมแต่บวชมา ไม่มีการใส่ใจโดยแยบคาย ไม่เรียนพระพุทธวจนะ ไม่กระทำอาจริยวัตร และอุปัชฌายวัตร ไม่กระทำวัตร (คือการปัดกวาด) ลานพระเจดีย์และ ลานโพธิ์. บริโภคศรัทธาไทย ( ของที่เขาให้ด้วยศรัทธา ) ของมหาชน ด้วยการไม่พิจารณา ประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสบายในการนอนตลอดวัน ในเวลาตื่นขึ้นมาก็ตรึกด้วยวิตก ๓ ประการ (คือกามวิตก พยาบาท- วิตก วิหิงสาวิตก ) บุคคลนั้นย่อมเคลื่อนจากภิกษุภาวะความเป็นภิกษุ โดย ๒-๓ วันเท่านั้น. ชื่อว่าอยู่เป็นทุกข์ในปัจจุบัน ด้วยประการอย่างนี้. และก็เพราะบวชแล้วไม่กระทำสมณธรรมโดยชอบ กุโส ยถา ทุคคหิโต หตฺถเมวานุกนฺตติ สามญฺํ ทุปปรามฏํ นิรยายูปกฑฺฒตีติ. แปลความว่า คุณเครื่องเป็นสมณะ (พรหมจรรย์) ที่บุคคล จับต้องไม่ดี ย่อมคร่าไปนรก เหมือนหญ้าคาที่บุคคล จับไม่แน่น (แล้วดึงมา) ย่อมบาดมือนั่นแหละ ฉะนั้น. เขาย่อมถือปฏิสนธิในอบายทีเดียว ชื่อว่าย่อมอยู่เป็นทุกข์ในสัม- ปรายภพ ด้วยประการอย่างนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka