Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 208

เล่ม มมร. 33 หน้า 208 ข้อ 206
อรรถกถาวรรคที่ ๔๑ วรรคที่ ๔ สูตรที่ ๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ชมฺพูทีเป ความว่า ชื่อว่า ซมพูทวีป เพราะเป็นทวีปที่รู้ กันทั่วไป คือ ปรากฏด้วย ต้นหว้าเป็นสำคัญ. เขาว่าทวีปนี้มีต้นหว้าใหญ่ ตระหง่านสูง ๑๐๐ โยชน์ กิ่งยาว ๕๐ โยชน์ ลำต้นกลม ๑๕ โยชน์ เกิดอยู่ที่เขาหิมพานต์ตั้งอยู่ชั่วกัป. ทวีปนี้เรียกว่าชมพูทวีป เพราะมีต้น หว้าใหญ่นั้น. อนึ่ง ในทวีปนี้ ต้นหว้าตั้งอยู่ชั่วกัป ฉันใด แม้ต้นไม้ เหล่านี้ คือ ต้นกระทุ่ม ในอมรโคยานทวีป ต้นกัลปพฤกษ์ ในอุตตรกุรุ- ทวีป ต้นซีก ในบุพพวิเทหทวีป ต้นแคฝอยของพวกอสูร ต้นงิ้วของ พวกครุฑ ต้นปาริชาตของพวกเทวดา ก็ตั้งอยู่ชั่วกัปเหมือนกัน ฉันนั้น. ท่านประพันธ์เป็นคาถาไว้ว่า ปาตลี สิมฺพลี ชมฺพู เทวานํ ปาริฉตฺตโก กทมฺโพ กปฺปรุกโข จ สิรีเสน ภวติ สตฺตโม แปลว่า ต้นแคฝอย ต้นงิ้ว ต้นหว้า ต้นปาริชาต ของ เทวดา ต้นกระทุ่ม ต้นกัลปพฤกษ์ และต้นซีก ครบ ๗ ต้น. บทว่า อารามรามเณยฺยกํ ความว่า บรรดาสวนดอกไม้และสวน ผลไม้ ที่น่ารื่นรมย์ เช่น สวนพระเวฬุวัน ชีวกัมพวัน เชตวัน และ บุพพาราม. สวนอันน่ารื่นรมย์นั้น ในชมพูทวีปนี้มีน้อย คือ นิดหน่อย ๑. บาลีข้อ ๒๐๕-๒๐๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka