Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 271

เล่ม มมร. 33 หน้า 271 ข้อ 246
บทว่า อสุภสญฺํ ภาเวติ ความว่า สัญญาอันสหรคตด้วยปฐม ฌานซึ่งเกิดในอารมณ์ ๑๐ มีศพที่ขึ้นพองเป็นต้น เรียกว่า อสุภ. อบรม คือพอกพูน เจริญอสุภสัญญานั้น. อธิบายว่า ทำอสุภสัญญาที่ยังไม่เกิดขึ้น ตามรักษาอสุภสัญญาที่เกิดขึ้นแล้วเอาไว้. ก็แนวของการเจริญอสุภ ๑๐ ทั้งหมดกล่าวไว้พิสดารแล้วในวิสุทธิมรรค. บทว่า มรณสญฺํ ภาเวติ ความว่า เจริญสัญญาอันทำมรณะ แม้ทั้ง ๓ คือ สมมุติมรณะ ขณิกมรณะ สมุจเฉทมรณะให้เป็นอารมณ์ เกิดขึ้น อธิบายว่า ทำสัญญาที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ตามรักษาสัญญาที่ เกิดขึ้นแล้วเอาไว้. มรณสติอันมีลักษณะดังกล่าวไว้ในหนหลังนั่นแหละ เรียกว่า มรณสัญญาในที่นี้ . อธิบายว่า เจริญมรณสัญญานั้น ทำให้เกิด ขึ้น ให้เจริญขึ้น. ก็นัยแห่งการเจริญมรณสัญญานั้นกล่าวไว้พิสดารแล้ว ในวิสุทธิมรรคนั่นแล. บทว่า อาหาเร ปฏิกูลสญฺํ ภาเวติ ความว่า ย่อมเจริญสัญญา อันเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้พิจารณาความปฏิกูล ๙ อย่าง มีปฏิกูลโดยการไป เป็นต้น ในกวฬิงการาหารชนิดที่กินและดื่มเป็นต้น อธิบายว่า ทำให้ เกิดขึ้น ให้เจริญขึ้น. นัยแห่งการเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาแม้นั้น ก็ได้ กล่าวไว้อย่างพิสดารแล้วในวิสุทธิมรรคเหมือนกัน. บทว่า สพฺพโลเก อนภิรตสญฺํ ภาเรติ ความว่า เจริญ อนภิรตสัญญา (ความสำคัญว่าไม่น่ายินดี) คืออุกกัณฐิตสัญญาในไตร- โลกธาตุแม้ทั้งสิ้น. บทว่า อนิจฺจสญฺํ ภาเวติ ความว่า เจริญสัญญา อันเกิดขึ้นในขันธ์ ๕ ว่าไม่เที่ยง กำหนดพิจารณาความเกิดขึ้น ความ เสื่อมไป และความแปรปรวนแห่งอุปาทานขันธ์ ๕. บทว่า อนิจฺเจ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka