Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 341

เล่ม มมร. 33 หน้า 341 ข้อ 265
อานิสงส์อะไรอันผู้นั้นพึงหวังได้. พ. ดูก่อนอานนท์ เมื่อบุคคลทำกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ที่เรากล่าวว่าเป็นกิจควรทำโดยส่วนเดียว อานิสงส์อย่างนี้อันผู้นั้นพึงหวังได้ คือ ๑. แม้ตนก็ติเตียนตนเองไม่ได้ ๒. ผู้รู้ใคร่ครวญแล้วสรรเสริญ ๓. กิตติศัพท์อันดีย่อมกระฉ่อนไป ๔. ไม่เป็นคนหลงทำกาละ ๕. เมื่อ แตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์. ดูก่อนอานนท์ เมื่อบุคคลทำกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ที่ เรากล่าวว่าเป็นกิจควรทำโดยส่วนเดียว อานิสงส์อย่างนี้อันผู้นั้นพึงหวังได้. จบสูตรที่ ๘ อรรถกถาสูตรที่ ๘ ในสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. คำว่า อายสฺมา เป็นคำแสดงความรัก. คำว่า อานนฺโท เป็น ชื่อของพระเถระนั้น. บทว่า เอกํเสน แปลว่า โดยส่วนเดียว. บทว่า อนุวิจฺจ แปลว่า ใคร่ครวญแล้ว. บทว่า วิญฺญู ได้แก่ บัณฑิต บทว่า ครหนฺติ แปลว่า ตำหนิ คือกล่าวโทษ. คำที่เหลือในที่นี้ ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาสูตรที่ ๘ สูตรที่ ๙ ว่าด้วยจงละอกุศล เจริญกุศล [๒๖๕] ๑๙. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงละอกุศล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka