Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 110

เล่ม มมร. 34 หน้า 110 ข้อ 471
สละอุปธิทั้งหมด เป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่หมดกำหนัด เป็นที่ดับ คือ นิพพาน มีอย่างนี้แล อานนท์ การได้สมาธิอย่างนั้น... ก็แล คำที่เราหมายเอาความที่กล่าวมานี้ ได้กล่าวในปุณณกปัญหาใน ปารายนวรรคว่า ความหวั่นไหวในโลกไหน ๆ ของ ผู้ใดไม่มี เพราะพิจารณาเห็นอารมณ์ อันยิ่งและหย่อนในโลก เรากล่าวว่า ผู้นั้น ซึ่งเป็นคนสงบไม่มีโทษดุจควัน ไม่มี ทุกข์ใจ ไม่มีความหวัง ข้ามชาติและชรา ได้ ดังนี้. จบอานันทสูตรที่ ๒ อรรถกถาอานันทสูตร พึงทราบวินิจฉัยในอานันทสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ตถารูโป แปลว่า ชนิดนั้น. บทว่า สมาธิปฏิลาโภ แปลว่า การได้เอกัคคตาแห่งจิต. ในบทว่า อิมสฺมึ จ สวิญฺาณเก นี้ พึงทราบอธิบายว่า ในร่างกายทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งของตน และของคนอื่น ที่พระอานันทเถระเจ้ากล่าวไว้ว่า อิมสฺมึ (นี้) โดยรวม (ร่างกายทั้งสอง) เข้าด้วยกัน เพราะมีความหมายว่า เป็นสวิญญาณกะ (มีวิญญาน) เหมือนกัน. บทว่า อหงฺการมมงฺการมานานุสยา ได้แก่ กิเลสเหล่านี้ คือ ทิฏฐิ คือ อหังการ ๑ ตัณหา คือ มมังการ ๑ อนุสัย คือ มานะ ๑. บทว่า นาสฺสุ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka