Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 114

เล่ม มมร. 34 หน้า 114 ข้อ 472
เรากล่าวการละกามสัญญา (ความ- หมายในกาม) และโทมนัส (ความเสียใจ) ทั้ง ๒ เสียได้ การบรรเทาถีนะ (ความ ท้อแท้ใจ) เสียได้ การสกัดกั้น กุกกุจจะ (ความรำคาญใจ) เสียได้ ว่าเป็นอัญญา- วิโมกข์ (ความพ้นด้วยความรู้) อันหมดจด ดีด้วยอุเบกขาและสติ มีความตรึกในธรรม นำหน้า เป็นเครื่องทำลายอวิชชา ดังนี้. จบสารีปุตตสูตรที่ ๓ อรรถกถาสารีปุตตสูตร พึงทราบวินิจฉัยในสารีปุตตสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า สงฺขิตฺเตน ได้แก่ ด้วยการตั้งเป็นบทมาติกาไว้. บทว่า วิตฺถาเรน ได้แก่ การจำแนกมาติกาที่ตั้งไว้แล้วออกไป. บทว่า สงฺขิตฺตวิตฺ- ถาเรน ได้แก่บางครั้งก็ย่อ บางครั้งก็พิสดาร. บทว่า อญฺาตาโร จ ทุลฺ- ลภา ความว่า ก็บุคคลผู้จะแทงตลอดหาได้ยาก. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำนี้ กะพระสารีบุตรเถระ โดยมีพระพุทธ ประสงค์ว่า เราตถาคตจะต่อญาณให้พระสารีบุตร. พระเถระครั้นได้สดับ พระพุทธดำรัสนั้นแล้ว ถึงแม้จะไม่กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระองค์ จักเข้าใจเองก็จริง แต่โดยมีประสงค์ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka