Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 141

เล่ม มมร. 34 หน้า 141 ข้อ 473
บทว่า วตฺถุํ อญฺํ น วิชฺชติ ความว่า ไม่มีสิ่งอื่นเพื่อประโยชน์ แก่การรับผลของกรรมนั้น. เพราะกรรมที่คนหนึ่งทำไว้ จะให้ผลในอัตภาพ ของอีกคนหนึ่งไม่ได้.๑ บทว่า ตสฺมา โลภญฺจ โทสญฺจ โมหญฺจาปิ วิทฺทสุ ความว่า เพราะฉะนั้น ภิกษุใดเป็นผู้รู้ คือเป็นผู้มีปัญญา ได้แก่เป็นบัณฑิต ย่อมไม่ ทำกรรมนั้นแยกประเภท มีกรรมเกิดแต่ความโลภเป็นต้น ภิกษุนั้น ผู้ยังวิชชา ให้เกิดขึ้นอยู่ พึงละทุคติทุกอย่างได้ คือ เมื่อทำวิชชาคือพระอรหัตมรรค ให้เกิดขึ้น จะละทุคติทุกอย่างได้. นี้เป็นหัวข้อ (ตัวอย่าง) แห่งเทศนาเท่านั้น ส่วนพระขีณาสพนั้น แม้สุคติก็ละได้ทั้งนั้น. แม้ในคำที่ตรัสไว้ว่า ตสฺมา โลภญฺจ โทสญฺจ ดังนี้ พึงทราบว่า ทรงแสดงถึงกรรมที่เกิดแต่โลภะ และเกิดแต่โทสะเหมือนกัน โดยหัวข้อ คือ โลภะ และโทสะ ทั้งในพระสูตร ทั้งในพระคาถา พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสทั้งวัฏฏะ และวิวัฏฏะไว้ โดย ประการดังกล่าวมาแล้วนี้แล. จบอรรถกถานิทานสูตรที่ ๔ ๑. ปาฐะว่า น หิ อญฺเน กตํ กมฺมํ น อญฺส อตฺตภาเว วิปจฺจติ ฉบับพม่าเป็น น หิ อญฺเน กตํ กมฺมํ อญฺสฺส อตฺตภาเว วิปจฺจติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka