Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 356

เล่ม มมร. 34 หน้า 356 ข้อ 506
อย่างนี้. บทว่า อตฺถิ อิทํ ความว่า พระอริยสาวกนี้ เมื่อกำหนดรู้ขันธ- ปัญจก กล่าวคือทุกขสัจ ด้วยสามารถแห่งนามรูปว่า ทุกขสัจมีอยู่ ท่านเรียกว่า รู้อย่างนี้ว่า สิ่งนี้มีอยู่. บทว่า หีนํ ได้แก่สมุทยสัจ. บทว่า ปณีตํ ได้แก่ มัคคสัจ. บทว่า อิมสฺส สญฺาคตสฺส อุตฺตริ นิสฺสรณํ ความว่า พระนันทกเถระ แสดงนิโรธสัจด้วยคำนี้ว่า ธรรมดาการแล่นออกไปอย่างยิ่ง แห่งสัญญา กล่าวคือ วิปัสสนาสัญญานี้ ชื่อว่า นิพพาน นิพพานนั้นมีอยู่. บทว่า วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺติมิติ าณํ ความว่า ปัจจเวกขณญาณ ๑๙ อย่าง ท่านกล่าวไว้แล้ว. บทว่า อหุ ปุพฺเพ โลโภ ความว่า ความโลภของเราได้มีแล้วในกาลก่อน. บทว่า ตทหุ อกุสลํ ความว่า นั้นได้ชื่อว่าเป็นอกุศล อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อกุศล ได้มีแล้วในกาลนั้น. บทว่า อิจฺเจตํ กุสลํ ตัดบทเป็น อิติ เอตํ กุสลํ แปลว่า อย่างนี้เป็น กุศล. พระนันทกเถระกล่าวหมายเอา ความไม่มีแห่งอกุศลนั่นแหละ ว่าเป็นกุศล คือเป็นแดนเกษม. บทว่า นิจฺฉาโต แปลว่า หมดตัณหา. บทว่า นิพฺพุโต ความว่า ชื่อว่าดับแล้ว เพราะไม่มีกิเลสที่กระทำควานเร่าร้อนในภายใน. บทว่า สีติภูโต แปลว่า เป็นผู้เยือกเย็นแล้ว. บทว่า สุขปฏิสํเวที ได้แก่ เป็นผู้เสวยสุข ทางกายและทางใจ. บทว่า พฺรหฺมภูเตน ได้แก่เป็นผู้ประเสริฐสุด. คำที่เหลือ ในบททั้งปวงง่ายทั้งนั้น ฉะนี้แล. จบอรรถกถาสาฬหสูตรที่ ๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka