Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 393

เล่ม มมร. 34 หน้า 393 ข้อ 510
เพราะเหตุนั้นแล หญิงและชายผู้มี ศีล พึงรักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ทำบุญทั้งหลายอันมีสุขเป็นผลเถิด จะ เป็นผู้ไม่ถูกติเตียน ย่อมเข้าถึงฐานะอัน เป็นแดนสุข. จบอุโปสถสูตรที่ ๑๐ จบมหาวรรคที่ ๒ อรรถกถาอุโปสถสูตร พึงทราบวินิจฉัยในอุโปสถสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ตทหุโปสเถ เท่ากับ ตสฺมึ อหุ อุโปสเถ คือ ตํทิวสํ อุโปสเถ แปลว่า อุโบสถในวันนั้น มีอธิบายว่า ในวันนั้น เป็นวันปัณณรสี อุโบสถ บทว่า อุปสงฺกมติ ความว่า นางวิสาขาอธิฏฐานองค์อุโบสถแล้ว ถือของหอมและระเบียบเป็นต้น เข้าไปเฝ้าแล้ว. บทว่า หนฺท เป็นนิบาต ใช้ในอรรถว่าเชื้อเชิญ.๑ บทว่า ทิวา ทิวสฺส ความว่า เวลาเที่ยงวันชื่อว่า ยังวันอยู่ ได้แก่ในเวลาที่มีพระอาทิตย์ตั้งอยู่ในท่ามกลาง. บทว่า กุโต นุ ตฺวํ อาคจฺฉสิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า เธอจะไปทำอะไร. อุโบสถที่เปรียบด้วยจ้างเลี้ยงโค เพราะมีความวิตกว่าจะไม่บริสุทธิ์ ชื่อว่า โคปาลกอุโบสถ. อุโบสถ คือการเข้าจำ ของนิครนถ์ทั้งหลาย ชื่อว่า ๑. ปาฐะว่า อุปสคฺคตฺเถ ฉบับพม่าเป็น วงสฺสคฺคตฺเถ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka