Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 34 หน้าที่ 417

เล่ม มมร. 34 หน้า 417 ข้อ 514
เพราะสิ้นอาสวะทั้งหลาย ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันนี้ เธอไม่ ทำกรรมใหม่ และรับ ๆ ผลกรรมเก่าให้สิ้นไป นิชชราวิสุทธิพึงเห็นได้เอง ฯลฯ อันวิญญูพึงรู้เฉพาะตน ดังนี้. นี้แล ท่านอภัย นิชชราวิสุทธิ ๓ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้รู้ผู้เห็นผู้เป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธะนั้น ตรัสไว้ดีแล้ว เพื่อความหมดจดแห่งสัตว์ ทั้งหลาย ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน. เมื่อท่านอานนท์แสดงธรรมอย่างนี้แล้ว เจ้าบัณฑิตกุมารกลิจฉวีกล่าว กะเจ้าอภัยลิจฉวีว่า สหายอภัย ท่านไม่อนุโมทนาสุภาษิตของท่านพระอานนท์ ว่า ท่านแสดงดีดอกหรือ. เจ้าอภัยลิจฉวีตอบว่า สหาย ข้าฯ จักไม่อนุโมทนาสุภาษิตของท่าน พระอานนท์อย่างไรได้ ผู้ใดไม่อนุโมทนาสุภาษิตของท่านพระอานนท์โดย ความเป็นสุภาษิต ศีรษะของผู้นั้นจะแตก. จบนิคัณฐสูตรที่ ๔ อรรถกถานิคัณฐสูตร พึงทราบวินิจฉัยในนิคัณฐสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า กูฏาคารสาลายํ ได้แก่พระคันธกุฏีที่เขาติดช่อฟ้า ๒ ด้าน มีหลังคา เหมือนหงส์รำแพน. บทว่า อปริเสลํ าณทสฺสนํ ปฏิชานาติ ความว่า รู้ชัดญาณทัสนะทุกอย่าง ไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว. บทว่า สตฺตํ สมิตํ ความว่า ตลอดทุกกาล คือชั่วนิรันดร. ด้วยบทว่า าณทสฺสนํ ปจฺจุปฏฺิตํ นี้ นิครนถนาฏบุตร แสดงว่าสัพพัญญุตญาณ ปรากฏแล้วแก่เรา. บทว่า ปุราณานํ กมฺมานํ ได้แก่กรรมที่ประมวลมา. บทว่า ตปสา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka