Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 55

เล่ม มมร. 35 หน้า 55 ข้อ 21
ทำให้เป็นเจติยสถาน ท่านหมายถึงเจติยสถานนั้น จึงกล่าวว่า อุรุเวลาติ มหาเวลา มหาวาลิการาสีติ อตฺโถ ดังนี้ ท่านหมายถึงข้อนั้นเอง จึง กล่าวไว้ อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นเนื้อความในข้อนี้อย่างนี้ว่า ทรายเรียกว่า อุรุ เขตแดนเรียกว่าเวลา ทรายที่เขานำมาเพราะเหตุละเมิดกติกาเป็นเหตุ ชื่อ อุรุเวลา. ด้วยบทว่า นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร ทรงแสดงว่า เราอาศัย อุรุเวลคามพักอยู่ แทบฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา. บทว่า อชปาลนิโคฺรเธ ความว่า พวกคนเลี้ยงแพะนั่งบ้าง ยืนบ้าง ในร่มเงาของต้นนิโครธนั้น เพราะเหตุนั้น ต้นนิโครธนั้น จึงเรียกว่า อชปาลนิโครธ. อธิบายว่า ภายใต้ต้นอชปาล- นิโครธนั้น. บทว่า ปมาภิสมฺพุทฺโธ ความว่า เป็นผู้ตรัสรู้ครั้งแรก. บทว่า อุทปาทิ ความว่า วิตกนี้เกิดในสัปดาห์ที่ ๕ ถามว่า เพราะเหตุไร จึงเกิดขึ้น. ตอบว่า เพราะเป็นอาจิณปฏิบัติ และอาเสวนปัจจัยชาติก่อน ของพระพุทธเจ้า ทุกพระองค์ ในเหตุข้อนั้น พึงนำติดติรชาดกมาแสดงเพื่อประกาศอาเสวนะ การส้องเสพในชาติก่อน ได้ยินว่า นกกระทา ลิง และช้าง เมื่ออยู่ในประเทศ แห่งหนึ่ง จึงแสดงต้นไทรว่า บรรดาพวกเรา ผู้ใดเป็นผู้แก่ เราทั้งหลายจัก เคารพในผู้นั้นอยู่. ทบทวนกันอยู่ว่า บรรดาพวกเราใครหนอเป็นผู้แก่. รู้ว่า นกกระทาเป็นผู้แก่ จึงทำความอ่อนน้อมต่อนกกระทำนั้น เป็นผู้พร้อมเพรียง ยินดีกะกันและกันอยู่. ก็ได้มีสวรรค์เป็นเบื้องหน้า. เทวดาผู้สถิตอยู่ ณ ต้นไม้ ทราบเหตุนั้น จึงกล่าวคาถานี้ว่า. เย วุฑฺฒมปจายนฺต นรา ธมฺมสฺส โกวิทา ทิฏฺเ ธมฺเม จ ปาสํสา สมฺปราเย จ สุคฺคติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka