อาจจะให้ ควรอธิษฐานไว้ เมื่อไตรจีวรอื่นมีอยู่ จะอธิษฐานแม้เป็นผ้าปูนอน
ก็ควร ด้วยว่าจีวรที่ไม่อธิษฐานนั่นแล ย่อมเป็นสันนิธิแท้ จีวรที่อธิษฐานแล้ว
ไม่เป็นสันนิธิ นี้ชื่อว่า สันนิธิปริวัชชนสันโดษ สันโดษด้วยการเว้นการ
สะสม. อนึ่ง อันภิกษุเมื่อจะสละไม่ควรให้เพราะเห็นแก่หน้า พึงตั้งอยู่ใน
สาราณียธรรม แล้วสละให้ดังนี้ นี้ชื่อว่า วิสัชชนสันโดษ สันโดษด้วยการ
สละ. ข้อว่า พึงรู้จักธุดงค์ทั้งหลายที่เกี่ยวด้วยจีวร ได้แก่ปังสุกุลิกังคะ องค์
แห่งภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และเตจีวรกังคะองค์แห่งภิกษุผู้ทรงไตรจีวร
เป็นวัตร. พึงทราบเรื่องพิสดารแห่งธุดงค์เหล่านั้น ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค.
ภิกษุเมื่อบำเพ็ญมหาอริยวงศ์เกี่ยวด้วยจีวรสันโดษ ชื่อว่า ย่อมรักษาธุดงค์สอง
เหล่านี้ไว้ได้ เมื่อรักษาธุดงค์เหล่านั้น ย่อมเป็นผู้สันโดษด้วยมหาอริยวงศ์
คือจีวรสันโดษ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า วณฺณวาที ความว่า ภิกษุรูปหนึ่ง เป็นผู้สันโดษ แต่
ไม่กล่าวสรรเสริญสันโดษ. รูปหนึ่งไม่สันโดษ แต่กล่าวสรรเสริญสันโดษ.
รูปหนึ่ง ทั้งไม่สันโดษ ทั้งไม่กล่าวสรรเสริญสันโดษ. รูปหนึ่งย่อมเป็นผู้สันโดษ
ด้วย กล่าวสรรเสริญสันโดษด้วย. เพื่อทรงแสดงสันโดษนั้น จึงตรัสว่า
อิตริตรจีวรลนฺตุฏฺิยา จ วณฺณวาที ดังนี้.
บทว่า อเนสนํ ความว่า ไม่ทำการแสวงหาอันไม่สมควรนานา-
ประการต่างโดยเป็นทูตการรับใช้ส่งข่าว. บทว่า อปฺปฏิรูปํ แปลว่า ไม่สมควร
บทว่า อลทฺธา จ แปลว่า ไม่ได้แล้ว. ภิกษุบางรูปคิดว่า เราจักได้จีวร
อย่างไรหนอ อยู่รวมกับพวกภิกษุผู้มีบุญทั้งหลาย ทำการหลอกลวงย่อมหวาด
สะดุ้ง อย่างใด ภิกษุผู้สันโดษไม่ได้จีวร ย่อมไม่หวาดสะดุ้ง อย่างนั้น
บทว่า ลทฺธา จ ความว่า ได้โดยธรรม โดยสม่ำเสมอ. บทว่า อคธิโต
คือ ปราศจากเครื่องร้อยคือโลภะ. บทว่า อมุจฺฉิโต ความว่า ไม่ถึงความ