Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 116

เล่ม มมร. 35 หน้า 116 ข้อ 31
จักรวรรควรรณนาที่ ๔ อรรถกถาจักกสูตร พึงทราบวินิจฉัยในจักกสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า จกฺกานิ คือ สมบัติ. บทว่า จตุจกฺกํ วตฺตติ ความว่า จักรคือสมบัติ ๔ ย่อมหมุนสืบต่อกัน ไป. บริษัท ๔ ย่อมปรากฏพร้อมในถิ่นใด ความอยู่ในถิ่นอันสมควรเห็นปานนั้น ชื่อว่า ปฏิรูปเทสวาสะ ความอยู่ใน ถิ่นที่เหมาะ. ความพึ่งพิงคบหาสัตบุรุษมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ชื่อว่า สัปปุริสู- ปัสสยะ ความพึ่งพิงสัตบุรุษ. การตั้งตนไว้ชอบ คือ ถ้าเป็นคนประกอบ ด้วยความไม่มีสัทธาเป็นต้นมาก่อน การละความไม่มีสัทธาเหล่านั้นเสียแล้ว ตั้งอยู่ในสัทธาเป็นต้น ชื่อว่า อัตตสัมมาปณิธิ ความตั้งคนไว้ชอบ. ความ เป็นผู้มีกุศลอันสั่งสมไว้ในกาลก่อน ชื่อว่า ปุพฺเพ จ กตปฺญฺตา ความเป็น ผู้ทำบุญมาก่อน. ข้อนี้แหละถือเอาเป็นประมาณในจักร ๔ นี้. เพราะว่า กุศล- กรรมเท่านั้นอัน คนใดด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยญาณอันใด กุศลจิตนั้น แหละย่อม นำคนนั้นเข้าไปอยู่ในถิ่นที่เหมาะ ให้เขาคบหาสัตบุรุษ. ก็บุคคลนั้น ชื่อว่าตั้ง คนไว้ชอบด้วยอาการอย่างนี้. บทว่า ปุญฺกโต แปลว่า ได้ทำบุญไว้แล้ว. บทว่า สุขฺเจตํ อธิวตฺตติ ความว่า และความสุข ย่อมพรั่งพรู คือ แผ่ ลงมาสู่บุคคลนั้นดังนี้. อรรถกถาจักรสูตรที่ ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka