Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 121

เล่ม มมร. 35 หน้า 121 ข้อ 33
ก็พรั่นใจ บังเกิดความสะดุ้ง ว่าชาวเรานี่ ไม่เที่ยงแท้ ไม่ก้าวล่วงสักกายะ ดุจฝูง มฤคสามัญได้ยินเสียงแผดแห่งสีหะแล้ว สะดุ้งตื่นกลัว ฉะนั้น. จบสีหสูตรที่ ๓ อรรถกถาสีหสูตร พึงทราบวินิจฉัยในสีหสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า สีโห ได้แก่ราชสีห์ ๔ ประเภทคือ ติณราชสีห์ ๑ กาฬ- ราชสีห์ ๑ ปัณฑุราชสีห์ ๑ ไกรสรราชสีห์ ๑. ในราชสีห์เหล่านั้น ติณราชสีห์กินหญ้าเช่นกับแม่โคสีนกพิราบ. กาฬราชสีห์กินหญ้าเช่นกับแม่โค ดำ. ปัณฑุราชสีห์กินเนื้อเช่นกับแม่โคมีสีใบไม้เหลือง. ไกรสรราชสีห์ประกอบ ด้วยหน้า ปลายหาง และปลายเท้าทั้ง ๔ ที่ธรรมชาติตกแต่งด้วยครั่ง ตั้งแต่ ศีรษะของไกรสรราชสีห์นั้น รอย ๓ รอยคล้ายเขาเขียนไว้ด้วยพู่กันครั่งไปตรง กลางหลัง เป็นขวัญอยู่ในระหว่างโคนขา. ส่วนที่คอของมันมีสร้อยคอคล้ายกับ แวดวงไว้ด้วยผ้ากัมพลแดงมีค่านับแสน. ส่วนอวัยวะที่เหลือได้มีสีตัวดังก้อน ข้าวสาลีล้วน หรือดังก้อนจุณแห่งหอยสังข์ ในราชสีห์ ๔ เหล่านี้ ท่านประสงค์ เอาไกรสรราชสีห์นี้ในที่นี้. บทว่า มิคราชา ได้แก่ เป็นราชาแห่งฝูงเนื้อทั้งหมด. บทว่า อาสยา ได้แก่ ออกจากสถานที่อยู่. ท่านอธิบายว่า ย่อมออกจากถ้ำทอง หรือถ้ำเงิน ถ้ำแก้วมณี ถ้าแก้วผลึก หรือถ้ำมโนศิลา. ก็เมื่อจะออก ย่อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka