Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 134

เล่ม มมร. 35 หน้า 134 ข้อ 35
กัลยาณธัมมตา (ความมีธรรมอันงาม) กุสลธัมมตา (ความมีธรรมเป็นกุศล) (๒) พระองค์ทรงจำนงจะตรึกเรื่องใด ก็ทรงตรึกเรื่องนั้นได้ ไม่ทรงจำนง จะตรึกเรื่องใด ก็ไม่ทรงตรึกเรื่องนั้นได้ ทรงจำนงจะดำริข้อใด ก็ทรงดำริ ข้อนั้นได้ ไม่ทรงจำนงจะดำริข้อใด ก็ไม่ทรงดำริข้อนั้นได้ เพราะพระองค์ ทรงมีเจโตวสีในทางแห่งความตรึกทั้งหลาย (๓) พระองค์ทรงได้ตามต้องการ ได้ไม่ยาก ได้ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน ๔ อันเป็นธรรมเป็นไปในจิตอันยิ่ง เป็น ธรรมเครื่องพักผ่อนอยู่สบายในอัตภาพปัจจุบัน (๔) พระองค์ทรงกระทำให้ แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วย พระปัญญาอันยิ่งด้วยพระองค์เอง สำเร็จอยู่ในปัจจุบันนี่. พ. พราหมณ์ ถ้อยคำพาดพิงถึงเรา ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว เออ เราจัก พยากรณ์แก่ท่านเสียทีเดียวว่า เราแหละ เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่คนมาก เพื่อความสุขของคนมาก ฯลฯ สำเร็จอยู่ในปัจจุบันนี่. ท่านผู้ใดรู้ทางรอดพ้นจากบ่วงมฤตยู แห่งสัตว์ทั้งปวง ปฏิบัติเกื้อกูลแก่เทวดา มนุษย์ทั้งหลาย ประกาศไญยธรรม อนึ่ง คนจำนวนมากเห็นท่านผู้ใด และได้ฟัง ธรรมของท่านผู้ใดแล้ว เกิดความเลื่อมใส ท่านผู้นั้นได้ชื่อว่า "มหาบุรุษ" ซึ่งเป็นผู้ ฉลาดในธรรมอันเป็นทางและธรรมที่มิใช่ ทาง เป็นผู้เสร็จกิจแล้ว ไม่มีอาสวะ เป็น พระพุทธะ มีสรีระเป็นครั้งที่สุด. จบวัสสการสูตรที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka