Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 173

เล่ม มมร. 35 หน้า 173 ข้อ 49
เมื่อใดพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ประดุจ ดวงอาทิตย์บังเกิดขึ้นในโลก ทรงประกาศ ธรรมอันนี้ ซึ่งเป็นทางให้ถึงความสงบ ทุกข์ เมื่อนั้น สัตว์เหล่านั้น ผู้ที่มีปัญญา ได้ฟังธรรมของท่านแล้ว จึงกลับได้คิด เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา และไม่งาม ตามความเป็นจริง เพราะมา ถือเอาทางความเห็นชอบ ก็ล่วงพ้นทุกข์ ทั้งปวงได้. จบวิปัลลาสสูตรที่ ๙ อรรถกถาวิปัลลาสสูตร พึงทราบวินิจฉัยในวิปัลลาสสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า สญฺาวิปลฺลาสา ความว่า มีสัญญาความสำคัญคลาดเคลื่อน อธิบายว่า มีสัญญา ๔ วิปริต ความสำคัญที่ตรงกันข้าม. แม้ในสองบทที่เหลือ ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า อนิจฺเจ ภิกฺขเว นิจฺจนฺติ สญฺาวิปลฺลาโส ความว่า เกิดความสำคัญ ยึดถืออย่างนี้ว่าเที่ยงในสิ่งที่ไม่เที่ยง ชื่อว่าสัญญา วิปัลลาส. บัณฑิตพึงทราบความในบททุกบท โดยนัยนี้ . บทว่า อนตฺตนิ จ อตฺตา ความว่า ผู้มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เป็นอัตตาให้สิ่งที่เป็นอนัตตา. บทว่า มิจฺฉาทิฏฺิหตา ความว่า สัตว์จะ สำคัญอย่างเดียวเท่านั้น ก็หามิได้ ยังถูกแม้มิจฉาทิฏฐิความเห็นผิดที่กำลัง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka