Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 295

เล่ม มมร. 35 หน้า 295 ข้อ 110
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้แก่นมีไม้กะพี้เป็นบริวาร แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคล นี้เปรียบฉันนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวารอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แม้บริษัทของเขาก็เป็นคน มีศีล มีกัลยาณธรรม อย่างนี้แล บุคคลเป็นดุจไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวาร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวาร แม้ฉันใด เรากล่าว บุคคลนี้เปรียบฉันนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยต้นไม้ ๔ จำพวกนี้แล มี ปรากฏอยู่ในโลก. จบรุกขสูตรที่ ๙ อรรถกถารุกขสูตร พึงทราบวินิจฉัยในรุกขสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร ความว่า ต้นไม้กะพี้ไม่มีแก่นมีต้นไม้ กะพี้ด้วยกันห้อมล้อม. บทว่า สารปริวาโร ความว่า ต้นไม้มีแก่นมีไม้ ตะเคียนเป็นต้นห้อมล้อม. ในบททั้งปวงก็นัยนี้. จบอรรถกถารุกขสูตรที่ ๙ ๑๐. อาสิวิสสูตร ว่าด้วยบุคคลเปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวก [๑๑๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อสรพิษ ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวก เป็นไฉน คือ อสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ อสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่น จำพวก ๑ อสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วยจำพวก ๑ อสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษ ไม่ร้ายจำพวก ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka