Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 306

เล่ม มมร. 35 หน้า 306 ข้อ 114
ผู้เจริญบางคนในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นบุรุษอาชาไนยผู้เจริญที่ ๔ มีปรากฏอยู่ในโลก. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏ อยู่ในโลก. จบปโตทสูตรที่ ๓ อรรถกถาปโตทสูตร พึงทราบวินิจฉัยในปโตทสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ปโตทจฺฉายํ ความว่า เงาแห่งปฏักที่ยกขึ้นเพื่อจะแทง. บทว่า สํวิชติ ความว่า สะดุ้งด้วยกำหนดว่าเราต้องเร่งฝีเท้า. บทว่า สํเวคํ อาปชฺชติ ความว่า แทงให้สะดุ้ง. บทว่า โลมเวธวิทฺโธ ความว่า พอ ถูกปฏักแทงจ่อที่ขุมขน. บทว่า จมฺมเวธวิทฺโธ ความว่า เอาปฏักแทง ตัดผิวหนัง. บทว่า อฏฺิเวธวิทฺโธ ความว่า เอาปฏักแทงทะลุถึงกระดูก. บทว่า กาเยน คือด้วยนามกาย. บทว่า ปรมสจฺจํ คือนิพพาน. บทว่า สจฺฉิกโรติ คือถูกต้อง. บทว่า ปญฺาย คือมรรคปัญญาพร้อมด้วยวิปัสสนา. จบอรรถกถาปโตทสูตรที่ ๓ ๔. นาคสูตร ว่าด้วยคุณสมบัติ ๔ ของช้างต้นกับของภิกษุสงฆ์ [๑๑๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ช้างตัวประเสริฐของพระราชา ประกอบ ด้วยองค์ ๔ ย่อมเป็นช้างควรแก่พระราชา เป็นช้างต้น ย่อมถึงการนับว่าเป็น ราชพาหนะ องค์ ๔ เป็นไฉน คือ ช้างตัวประเสริฐของพระราชา ในโลกนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka