Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 390

เล่ม มมร. 35 หน้า 390 ข้อ 163
ปฏิบัติลำบาก ทั้งรู้ได้ช้าเป็นไฉน ? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นความไม่งาม ในร่างกาย มีความสำคัญความปฏิกูล ในอาหาร มีความสำคัญไม่น่าเพลิดเพลินยินดี ในโลกทั้งปวง พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ในสังขารทั้งปวง อนึ่ง ตั้งมรณสัญญา (กำหนดความตาย) ไว้อย่างดีในภายใน ภิกษุนั้นอาศัยเสขพละ (ธรรมอันเป็นกำลังของพระเสขะ) ๕ ประการนี้ คือ สัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา อยู่ อินทรีย์ ๕ คือ สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ของเธออ่อน เพราะอินทรีย์ ๕ นี้อ่อน เธอย่อมบรรลุ อนันตริยคุณเพื่อความสิ้นอาสวะได้ช้า นี้เรียกว่า ปฏิบัติลำบาก ทั้งรู้ได้ช้า. ปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็วเป็นไฉน ? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นความไม่งาม ในร่างกาย มีความสำคัญความปฏิกูล ในอาหาร มีความสำคัญ ความไม่น่าเพลิดเพลินยินดี ในโลกทั้งปวง พิจารณาเห็นความ ไม่เที่ยง ในสังขารทั้งปวง อนึ่ง ตั้งมรณสัญญา (กำหนดความตาย) ไว้อย่างดี ในภายใน ภิกษุอันอาศัยเสขพละ ๕ ประการ คือ สัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา อยู่ อินทรีย์ ๕ คือ สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ของเธอแก่กล้าเพราะอินทรีย์ ๕ นี้แก่กล้า เธอย่อมบรรลุอนันตริยคุณเพื่อ ความสิ้นอาสวะได้เร็ว นี้เรียกว่า ปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็ว. ปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้าเป็นไฉน ? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย ได้ปฐมฌาน ฯลฯ ได้ทุติยฌาน ฯลฯ ได้ตติยฌาน ฯลฯ ได้จตุตถฌาน ฯลฯ ภิกษุนั้นอาศัยเสขพละ ๕ ประการคือ สัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา นี้อยู่ แต่อินทรีย์ ๕ คือ สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ของเธออ่อน เพราะอินทรีย์ ๕ นี้อ่อน เธอย่อมบรรลุอนันตริยคุณ เพื่อความสิ้นอาสวะได้ช้า นี้เรียกว่า ปฏิบัติ สะดวก แต่รู้ได้ช้า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka