Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 496

เล่ม มมร. 35 หน้า 496 ข้อ 195
บทว่า ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ ความว่า กิเลสทั้งหลายอันเป็น ปัจจัยแห่งทุกขเวทนา พึงไหลไปตาม คือพึงเข้าไปตาม อธิบายว่า กิเลส ทั้งหลายพึงเกิดขึ้นแก่บุรุษนั้น. บทว่า อภิสมฺปรายํ ได้แก่ ในอัตภาพที่สอง นั้นแล. บทว่า กายสมารมฺภปจฺจยา แปลว่า เพราะกายกรรมเป็นปัจจัย. บทว่า อาสวา ได้แก่ กิเลสทั้งหลาย. ในบทว่า วิฆาตปริฬาหา นี้ ทุกข์ ชื่อว่าวิฆาคะ ความเร่าร้อนทางกายและทางจิต ซึ่งว่าปริฬาหะ. บทว่า ผุสฺส ผุสฺสพฺยนฺตีกโรติ ความว่า กรรมที่ญาณจะพึงฆ่า พอกระทบญาณสัมผัส ก็สิ้นไป กรรมที่วิบากจะพึงฆ่า พอกระทบวิบากสัมผัส ก็สิ้นไป. บทว่า นิชฺชรา ได้แก่ ปฏิปทาที่ทำกิเลสให้โซมไป. แม้ในวาระที่เหลือก็นัยนี้ เหมือนกัน. ภิกษุนี้ดำรงอยู่ในปฏิปทาน ควรเป็นพระขีณาสพ. ควรนำมหาภูต- รูป ๔ ออกแล้วแสดงการกำหนดด้วยอริยสัจ ๔ แล้วพึงบอกกรรมฐาน จนถึง อรหัตผล. ก็บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อจะทรงแสดงสตตวิหารธรรม ธรรมเครื่องอยู่ประจำของพระขีณาสพนั้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า เอวํ สมฺมา- วิมุตฺตจิตฺตสฺส ดังนี้ . ในบทเหล่านั้น บทว่า สมฺมาวิมุตฺตสฺส ได้แก่ พ้นแล้วโดยชอบ โดยเหตุการณ์ โดยนัย. บทว่า สตตวิหารา ได้แก่ ธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นนิจ ธรรมเป็นเครื่องอยู่ประจำ. บทว่า เนว สุมโน โหติ ได้แก่ เป็นผู้ไม่เกิดโสมนัสด้วยอำนาจความกำหนัดในอิฏฐารมณ์. บทว่า น ทุมฺมโน ได้แก่ไม่เป็นผู้เกิดโทนนัสด้วยอำนาจความขุ่นใจในอนิฏฐารมณ์. บทว่า อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน ได้แก่ เป็นผู้มีอุเบกขา มีความเป็นกลางในอารมณ์เหล่านั้น ด้วยอุเบกขา มีอาการคือความเป็นกลาง เป็นลักษณะกำหนดถือเอา ด้วยสติสัมปชัญญะอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka