Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 35 หน้าที่ 499

เล่ม มมร. 35 หน้า 499 ข้อ 195
บทว่า กายสฺส เภทา ได้แก่ กายแตก. บทว่า อุทฺธํ ชีวิตปริยา- ทานา ได้แก่ เบื้องหน้าแต่สิ้นชีวิตไป. บทว่า อิเธว ได้แก่ ในโลกนี้เท่านั้น ไม่ไปข้างหน้า ด้วยอำนาจปฏิสนธิ. บทว่า สีติ ภวิสฺสนฺติ ได้แก่ เวทนา ทั้งปวง เว้นจากความเป็นไป ความดิ้นรนและความกระวนกระวายก็จักเป็น ของเย็น มีอันไม่เป็นไปเป็นธรรมดา . บทว่า ถูณํ ปฏิจฺจ ได้แก่ อาศัยต้นไม้. บทว่า กุทฺทาลปิฏกํ อาทาย ความว่า ถือจอบ เสียม และตะกร้า แต่เทศนาท่านมุ่งแต่จอบเท่านั้น. บทว่า มูเล ฉินฺเทยฺย ได้แก่ พึงเอาจอบตัดที่โคน. บทว่า ปลิขเณยฺย ได้แก่ เอาเสียมขุดโดยรอบ. ในข้อว่า เอวเมว โข นี้ เทียบด้วยอุปมา ดังนี้. อัตภาพพึงเห็นเหมือนต้นไม้ กุศลกรรมและอกุศลกรรมเหมือนเงาอาศัย ต้นไม้ พระโยคาวจรเหมือนบุรุษผู้ประสงค์จะทำเงาไม่ให้เป็นไป ปัญญา เหมือนจอบ สมาธิเหมือนตะกร้า วิปัสสนาเหมือนเสียม เวลาที่ตัดอวิชชา ด้วยอรหัตมรรค เหมือนเวลาที่เอาเสียมขุดราก เวลาที่เห็นเป็นกอง เหมือน เวลาที่ทำให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เวลาที่เห็นเป็นอายตนะเหมือนเวลาที่ผ่าออก เวลาที่เห็นเป็นธาตุเหมือนเวลาที่ทำให้เป็นผง เวลาที่ทำความเพียรทางกาย ทางจิต เหมือนเวลาที่ตากให้เเห้งที่ลมและแดด เวลาที่เผากิเลสด้วยญาณ เหมือนเวลาที่เอาไฟเผา เวลาที่ขันธ์ ๕ ยังทรงอยู่ เหมือนเวลาที่ทำเป็นเขม่า การดับขันธ์ ๕ ที่มีรากตัดขาดแล้วโดยไม่มีปฏิสนธิ เหมือนเวลาที่โปรยไปใน พายุใหญ่ เหมือนเวลาที่ลอยไปในกระแสน้ำ ความที่ไม่มีบัญญัติ เพราะ วิบากขันธ์ไม่เกิดในภพใหม่ พึงทราบเหมือนการเข้าไปสู่ความไม่มีบัญญัติ โดยโปรยไปและลอยไป. บทว่า ภควนฺตํ เอตทโวจ ความว่า เมื่อพระศาสดาทรงยักเยื้อง เทศนาอยู่ วัปปศากยราชบรรลุโสดาปัตติผลแล้ว ได้กราบทูลคำเป็นต้นว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka