Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 148

เล่ม มมร. 36 หน้า 148 ข้อ 58
ครอบครัว แก่ผู้อาศัยเลี้ยงชีพ แก่ชน ทั้งสองประเภท กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิต เมื่อ อยู่ครองเรือนโดยธรรม ย่อมยังความยินดี ให้เกิดขึ้นแก่ญาติทั้งที่ล่วงลับไปทั้งที่มีชีวิต อยู่ในปัจจุบันแก่สมณพราหมณ์ เทวดา กุลบุตรนั้นครั้นบำเพ็ญกัลยาณธรรมแล้ว เป็นผู้ควรบูชา ควรสรรเสริญ บัณฑิต ทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาในโลกนี้ เขา ละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงใจในสวรรค์. จบกุมารลิจฉวีสูตรที่ ๘ อรรถกถากุมารลิจฉวีสูตร พึงทราบวินิจฉัยในกุมารลิจฉวีสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า สชฺชานิ ธนูนิ ความว่า ถือเอาธนูที่ขึ้นสายแล้ว. บทว่า ภวิสฺสนฺติ วชฺชี ได้แก่ เจ้าวัชชีจักเจริญ. บทว่า อปาฏฺภา ความว่า อาศัยความไม่เจริญ เป็นผู้กระด้างเพราะมานะ. บทว่า ปจฺฉาลิยํ ขิปนฺติ ความว่า เดินไปข้างหลังแล้วเตะหลัง. ในบททั้งหลายมีบทว่า รฏฺิกสฺส เป็นต้น ผู้ชื่อว่า รัฏฐิกะ เพราะกิน [ปกครอง] แว่นแคว้น. ผู้ชื่อว่า เปตตนิกะ เพราะกิน [ปกครอง] ทรัพย์มรดกที่บิดาให้ไว้. ผู้ชื่อว่า เสนาบดี เพราะเป็นเจ้าเป็นใหญ่แห่งกองทัพ [นายพล]. บทว่า คามคามิกสฺส คือผู้ เป็นหัวหน้าหมู่บ้านของชาวบ้านทั้งหลาย อธิบายว่า ผู้ปกครองหมู่บ้าน. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka