Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 154

เล่ม มมร. 36 หน้า 154 ข้อ 64
อริยสาวกผู้ใด ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ทั้งสองฝ่าย อริยสาวกผู้เช่นนั้น เป็นสัปบุรุษ มีปรีชา เห็นประจักษ์ ชื่อว่าย่อมยึดถือสาระแห่ง ตนในโลกนี้ไว้ได้ทีเดียว. จบปฐมวัฑฒิสูตรที่ ๓ อรรถกถาปฐมวัฑฒิสูตร พึงทราบวินิจฉัยในปฐมวัฑฒิสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า วราทายี คือเป็นผู้ยึดเอาไว้ได้ซึ่งสาระอันสูงสุด. คำที่เหลือ ในสูตรนี้และสูตรที่ ๔ ง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาปฐมวัฑฒิสูตรที่ ๓ ๔. ทุติยวัฑฒิสูตร ว่าด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ [๖๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวิกาผู้เจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็น ผู้ยึดถือสาระ และยึดถือสิ่งประเสริฐแห่งกาย ธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ เป็นไฉน คือ ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ย่อมเจริญด้วยศีล ย่อมเจริญ ด้วยสุตะ ย่อมเจริญด้วยจาคะ ย่อมเจริญด้วยปัญญา ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย อริยสาวิกาผู้เจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการนี้แล ชื่อว่า ย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ยึดถือสาระ และ ยึดถือสิ่งประเสริฐแห่งกาย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka