เวียนมาเพื่อเป็นคฤหัสถ์ พวกเพื่อนพรหมจรรย์จึงกล่าวสิ้น พร่ำสอนเธอว่า
อาวุโส กามทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจาตรัสว่า มีความยินดีน้อย มีทุกข์
มาก มีความคับแค้นมาก มีโทษยิ่งใหญ่ กามทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสว่า เปรียบด้วยร่างกระดูก. . . เปรียบด้วยชิ้นเนื้อ. . . เปรียบด้วยคบ
เพลิง. . . เปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง. . . เปรียบด้วยความฝัน. . . เปรียบ
ด้วยของขอยืม. . . เปรียบด้วยผลไม้. . . เปรียบด้วยดาบและของมีคม . . .
เปรียบด้วยหอกและหลาว. . . เปรียบด้วยหัวงู มีความยินดีน้อย มีทุกข์
มาก มีความคับแค้นมาก มีโทษยิ่งใหญ่ ขอท่านผู้มีอายุจงยินดียิ่งในพรหม-
จรรย์ จงอย่าทำให้แจ้งซึ่งความเป็นผู้ทุรพลในสิกขา บอกคืนสิกขาเวียนมาเพื่อ
เป็นคฤหัสถ์ เธออันพวกเพื่อนพรหมจรรย์กล่าวสอน พร่ำสอนอยู่อย่างนี้ จึง
กล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส ข้าพเจ้าจักขะมักเขม้น จักทรงไว้ จักยินดียิ่ง จักไม่
กระทำให้แจ้งซึ่งความเป็นผู้ทุรพลในสิกขา บอกคืนสิกขาเวียนมาเพื่อเป็น
คฤหัสถ์ ณ บัดนี้ นักรบนั้นถือดาบและโล่. . . เขาอันหมู่ญาติพยาบาล
รักษาอยู่ ก็ได้หายจากอาพาธนั้น แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น
บุคคลบางคนแม้เช่นนี้ก็มีอยู่ในธรรมวินัยนี้ นี้คือบุคคลผู้เปรียบด้วยนักรบ
อาชีพจำพวกที่ ๔ มีปรากฏอยู่ในพวกภิกษุ.
อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมอาศัยบ้านหรือนิคมบางแห่งอยู่ ครั้นเวลา
เช้า เธอนุ่งสบงถือบาตรและจีวรแล้ว เข้าไปยังบ้านหรือนิคมนั้นเพื่อบิณฑบาต
รักษากาย รักษาวาจา รักษาจิต มีสติตั้งมั่นสำรวมอินทรีย์ เธอเห็นรูปด้วย
จักษุแล้ว ย่อมไม่ถือโดยนิมิต ย่อมไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติเพื่อ
สำรวมจักขุนทรีย์ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว พึงเป็นเหตุให้ธรรมอันเป็นบาปอกุศล
คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ ย่อมรักษาจักขุนทรีย์ ถึงความสำรวมใน
จักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยหู. . .ดมกลิ่นด้วยจมูก. . . ลิ้มรสด้วยลิ้น. . . ถูก