Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 332

เล่ม มมร. 36 หน้า 332 ข้อ 157
ได้ปีติปราโมทย์ที่มีจาคสัมปทานั้นเป็นเหตุ ฉะนั้น ถ้อยคำปรารภจาคะจึงเป็น ถ้อยคำดีแก่ผู้มีจาคะ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุไร ถ้อยคำปรารภปัญญาจึงเป็นถ้อยคำ ดีแก่ผู้มีปัญญา ? เพราะผู้มีปัญญา เมื่อพูดเรื่องปัญญา ย่อมไม่ขัดข้อง ไม่ โกรธ ไม่พยาบาท ไม่กระด้าง ไม่แสดงความโกรธเคืองและความขัดใจให้ ปรากฏ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะผู้มีปัญญานั้น ย่อมเห็นปัญญาสัมปทาในตน และย่อมได้ปีติปราโมทย์ที่มีปัญญาสัมปทานั้นเป็นเหตุ ฉะนั้น ถ้อยคำปรารภ ปัญญาจึงเป็นถ้อยคำดีแก่ผู้มีปัญญา. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้อยคำของบุคคล ๕ จำพวกนี้แล ย่อมเป็น ถ้อยคำดี เมื่อเทียบบุคคลกับบุคคล. จบทุกถาสูตรที่ ๗ อรรถกถาทุกถาสูตร พึงทราบวินิจฉัยในทุกถาสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ปุคฺคลํ อุปนิธาย ความว่า อ้างถึงบุคคลนั้นแล้วทำให้ เป็นพยาน. บทว่า กจฺฉมานาย แปลว่า กล่าว คำที่เหลือในสูตรนี้มีเนื้อ ความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาทุกถาสูตรที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka