Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 443

เล่ม มมร. 36 หน้า 443 ข้อ 200
ย่อมไม่เสวยเวทนาที่เกิดเพราะเหตุนั้น นี้เรากล่าวว่า เป็นการพรากออก แห่งสักกายะ. ความเพลินในกามก็ดี ความเพลินในพยาบาทก็ดี ความเพลินใน วิหิงสาก็ดี ความเพลินในรูปก็ดี ความเพลินในสักกายะก็ดี ย่อมไม่บังเกิดขึ้น แก่เธอเพราะความเพลินในกามก็ดี ความเพลินในพยาบาทก็ดี ความเพลินใน วิหิงสาก็ดี ความเพลินในรูปก็ดี ความเพลินในสักกายะก็ดี ไม่บังเกิดขึ้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่าเป็นผู้ไม่มีอาลัย ตัดตัณหาได้แล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ทำที่สุดทุกข์ได้แล้ว เพราะละมานะได้โดยชอบ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธาตุที่ พึงพรากได้ ๕ ประการนี้แล. จบนิสสารณียสูตรที่ ๑๐ จบพราหมณวรรควรรณนาที่ ๕ จบจตุตถปัณณาสก์ อรรถกถานิสสารณียสูตร พึงทราบวินิจฉัยในนิสารณียสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ : บทว่า นิสฺสารณิยา ได้แก่ สลัดออกไป คือ พรากออกได้. บทว่า ธาตุโย ได้แก่ สภาพที่ว่างจากตน. บทว่า กามํ มนสิกโรโต ได้แก่ ใส่ใจถึงกาม อธิบายว่า ออกจากอสุภฌานแล้วส่งจิตมุ่งต่อกามเพื่อจะทดสอบ ดุจหยิบยาทดลองพิษ [ฤทธิ์ยา]. บทว่า น ปกฺขนฺทติ คือ ไม่เข้าไป. บทว่า น ปสีทติ คือ ไม่ถึงความเลื่อมใส. บทว่า น สนฺติฏฺติ คือ ไม่ตั้งอยู่. บทว่า น วิมุจฺจติ คือไม่น้อมไป. เหมือนอย่างว่า ปีกไก่ก็ดี เอ็นกบก็ดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka