Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 508

เล่ม มมร. 36 หน้า 508 ข้อ 262
ฯลฯ ภิกษุภัตตุเทสก์ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเกิดในสวรรค์เหมือน เชิญมาประดิษฐานไว้ ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ไม่ลำเอียงเพราะรัก ๑ ไม่ลำเอียงเพราะชัง ๑ ไม่ลำเอียงเพราะหลง ๑ ไม่ลำเอียงเพราะกลัว ๑ ย่อม รู้ภัตที่ได้นิมนต์แล้วและยังไม่ได้นิมนต์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุภัตตุเทสก์ ผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมเกิดในสวรรค์ เหมือนเชิญมา ประดิษฐานไว้. [๒๖๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์ไม่พึงสมมติให้เป็นเสนาสนปัญญาปกะ ผู้ปูลาดเสนาสนะ. . . ไม่รู้เสนาสนะ ที่ได้ปูลาดแล้วและยังไม่ได้ปูลาด. . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วย ธรรม ๕ ประการ สงฆ์พึงสมมติให้เป็นเสนาสนปัญญาปกะ. . . ย่อมรู้เสนาสนะ ที่ได้ปูลาดแล้วและยังไม่ได้ปูลาด. . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์ไม่พึง สมมติให้เป็นเสนาสนคาหาปกะ ผู้ให้ภิกษุถือเสนาสนะ. . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์พึงสมมติให้เป็นเสนาสนคาหาปกะ . . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์ไม่พึง สมมติให้เป็นภัณฑาคาริก ผู้รักษาเรือนคลัง. . . ย่อมไม่รู้ภัณฑะที่เก็บแล้ว และยังไม่ได้เต็ม. . .ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์พึงสมมติให้เป็นภัณฑาคาริก. . .ย่อมรู้ภัณฑะที่ได้เก็บแล้วและยังไม่ได้เก็บ . . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์ไม่พึง สมมติให้เป็นจีวรปฏิคคาหกะ ผู้รับจีวร. . . ย่อมไม่รู้จีวรที่รับแล้วและยังไม่ได้ รับ. . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ สงฆ์พึง สมมติให้เป็นจีวรปฏิคคาหกะ. . .ย่อมรู้จีวรที่รับแล้วและยังไม่ได้รับ. . .
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka