Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 611

เล่ม มมร. 36 หน้า 611 ข้อ 301
มีศรัทธาไม่หวั่นไหว มีความเลื่อมใสยิ่ง ย่อมระลึกถึงพระตถาคตหรือสาวก ของพระตถาคต นี้เราเรียกว่า อนุสตานุตริยะ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุตริยะ ๖ ประการนี้แล. ภิกษุเหล่าใดได้ ทัสสนานุตริยะ สวนานุตริยะ ลาภานุตริยะ ยินดีใน สิกขานุตริยะ เข้าไปตั้งการบำรุง เจริญ อนุสติที่ประกอบด้วยวิเวกเป็นแดนเกษม ให้ถึงอมตธรรม ผู้บันเทิงในความไม่ประ- มาท มีปัญญารักษาตน สำรวมในศีล ภิกษุเหล่านั้นแล ย่อมรู้ชัดซึ่งที่เป็นที่ดับ- ทุกข์ โดยกาลอันควร. จบอนุตตริยสูตรที่ ๑๐ จบอนุตตริยวรรคที่ ๓ อรรถกถาอนุตตริยสูตร พึงทราบวินิจฉัยในอนุตตริยสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อุจฺจาวจํ ความว่า อีกอย่างหนึ่ง (ไปเพื่อฟัง) เสียง ใหญ่น้อยอย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อว่า เสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ. บทว่า หีนํ แปลว่า เลว. บทว่า คมฺมํ ความว่า เป็นการดูของชาวบ้าน. บทว่า โปถุชฺชนิกานํ ความว่า เป็นของมีอยู่แห่งปุถุชน. บทว่า อนริยํ ความว่า ไม่ประเสริฐ คือไม่สูงสุด ได้แก่ ไม่บริสุทธิ์. บทว่า อนตฺถสญฺหิตํ ความว่า ไม่ประกอบ ด้วยประโยชน์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka