Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 662

เล่ม มมร. 36 หน้า 662 ข้อ 315
ในบทว่า เก จ ปุริสปุคฺคลปฏรปริยาเณ นี้ มีความย่อดังนี้ว่า ญาณเป็นเครื่องกำหนดรู้ความหย่อนและยิ่งแห่งอินทรีย์ของบุรุษบุคคลทั้งหลาย ว่า แข้งกล้า ว่าอ่อน เรียกว่า ปุริสปุคคลปโรปริยญาณ ในคำว่า เก จ ปุริสปุคฺคลปโรปริยาเณ นี้. เพราะเหตุนั้น มิคสาลาอุบาสิกาหญิงโง่ คือใคร และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีอารมณ์ไม่ถูกขัดขวางในเพราะญาณเป็น เครื่องรู้ความหย่อนและยิ่งแห่งอินทรีย์ของบุรุษบุคคลทั้งหลาย เป็นใคร การ เปรียบเทียบ (บุคคล) ทั้งสองนั้นยังอยู่ห่างไกลกันมาก. บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงว่า มิคสาลาอุบาสิกากับพระองค์ห่างไกลกันมาก พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำว่า ฉ อิเม อานนฺท เป็นต้น. บทว่า โสรโต โหติ ความว่า (บุคคลบางคน) เป็นผู้งด คือ เว้นด้วยดีจากบาป. ปาฐะเป็น สูรโต ดังนี้ก็มี. บทว่า อภินนฺทนฺติ สพฺรหฺมจารี เอกตฺตวาเสน ความว่า พรหมจารีบุคคลทั้งหลายต่างพากันชื่นชม คือ ยินดี ด้วยการอยู่ร่วมกันกับ บุคคลนั้น. ปาฐะเป็น เอกนฺตวาเสน ดังนี้ก็มี. หมายความว่า ด้วยการอยู่ ใกล้ชิดกัน. บทว่า สวเนนปิ อกตํ โหติ ความว่า มิได้ฟังสิ่งที่ควรฟัง. ใน บทว่า พาหุสจฺเจนปิ อกติ โหติ นี้มีความว่า วิริยะเรียกว่า พาหุสัจจะ มิได้ทำสิ่งที่ควรทำด้วยวิริยะ. บทว่า ทิฏฺิยาปิ อปฺปฏิวิทฺธํ โหติ ความว่า มิได้แทงตลอดสิ่งที่ควรแทงตลอดด้วยทิฏฐิ. บทว่า สามายิกมฺปิ วิมุตฺตึ น ลภติ ความว่า ไม่ได้ปีติและ ปราโมทย์ (ที่เกิดขึ้น เพราะอาศัยการฟังธรรมตามกาลอันสมควร. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka