วิชานาติ ความว่า รู้จักเหตุที่ยังไม่รู้มาในกาลอื่น. บทว่า ปริยาปุณาติ< /B>
ได้แก่ ใช้สอย คือ กล่าว. บทว่า เทเสติ คือ ประกาศ. บทว่า ปรํ
วาเจติ คือ สอนบุคคลอื่นให้เรียบ. บทว่า อาคตาคมา ความว่า พระ
เถระทั้งหลายชื่อว่า ผู้มีอาคมอันตนบรรลุแล้ว เพราะหมายความว่า ผู้บรรลุ
อาคมอย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดาอาคม (นิกาย) ทั้งหลายมีคัมภีร์ทีฆนิกายเป็นต้น.
บทว่า ธมฺมธรา ได้แก่ พระเถระทั้งหลายผู้ทรงพระสุตตันตปิฎก. บทว่า
วินยธรา ได้แก่ พระเถระทั้งหลายผู้ทรงวินัยปิฏก. บทว่า มาติกาธรา
ได้แก่พระเถระทั้งหลายผู้ทรงจำปาฏิโมกข์ทั้งสอง. บทว่า ปริปุจฺฉติ ได้แก่
ถามถึงเบื้องต้นและเบื้องปลายของอนุสนธิ. บทว่า ปริปญฺหติ ได้แก่ ใคร่
ครวญ คือ กำหนดว่า เราจักถามสิ่งนี้และสิ่งนี้.
บทว่า อิทํ ภนฺเต กถํ ความว่า ภิกษุย่อมถามว่า เบื้องต้นและ
เบื้องปลายของอนุสนธินี้เป็นอย่างไร ? บทว่า อิมสฺส กวตฺโถ ความว่า
ภิกษุย่อมถามว่า ภาษิตนี้มีความหมายเป็นอย่างไร บทว่า อวิวฏํ ได้แก่
ธรรมที่ยังไม่เปิดเผย. บทว่า วิวรนฺติ ได้แก่ ทำให้เปิดเผย. บทว่า
กงฺขาฏฺานีเยสุ ได้แก่ ในธรรมทั้งหลายซึ่งเป็นเหตุแห่งความสงสัย. ในบท
ว่า กงฺขาฏฺานีเยสุ นั้นพึงทราบความว่า ความสงสัยเกิดขึ้นในธรรมใด
ธรรมนั้นแหละชื่อว่า เป็นที่ตั้งแห่งความสงสัย.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๙