Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 702

เล่ม มมร. 36 หน้า 702 ข้อ 325
นรชนนั้นชื่อว่า เป็นผู้รักษาตนที่เป็นส่วน ภายนอก เพราะเหตุนั้น บัณฑิตไม่ขุด โค่นคุณความดีของตน ชื่อว่าพึงรักษาตน ทุกเมื่อ. จบธรรมิกสูตรที่ ๑๒ จบธรรมิกวรรคที่ ๕ อรรถกถาธรรมิกสูตร พึงทราบวินิจฉัยในธรรมิกสูตรที่ ๑๒ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า สพฺพโส แก้เป็น สพฺเพสุ ทั้งปวง. บทว่า สตฺตสุ อาวาเสสุ ได้แก่ ในบริเวณ ๗ แห่ง. บทว่า ปริภาสติ ได้แก่ ข่มขู่ คือ ก่อให้เกิด ความกลัว. บทว่า วิหึสติ แปลว่า เบียดเบียน. บทว่า วิตุทติ แปลว่า ทิ่มแทง. บทว่า โรเสติ คือ กระทบกระทั่งด้วยวาจา. บทว่า ปกฺกมนฺติ คือ หลีกไปสู่ทิศทั้งหลาย. บทว่า น สณฺหนฺติ คือ ไม่ดำรงอยู่. บทว่า ริญฺจนฺติ คือทิ้ง ได้แก่สละ. บทว่า ปพฺพาเชยฺยาม คือ พึงนำออก. ศัพท์ว่า หนฺท เป็นนิบาตใช้ในความหมายว่า สละวาง. บทว่า อลํ มีความหมายว่า การที่อุบาสกทั้งหลายจะพึงขับไล่ท่านพระธัมมิกะนั้นออกไปเป็นการสมควร. บทว่า ตีรทสฺสึ สกุณํ ได้แก่ กาบอกทิศ. บทว่า มุญฺจนฺติ ได้แก่ พ่อค้าทั้งหลายเดินทางทะเล ปล่อย (กา) ไปเพื่อดูทิศ. บทว่า สามนฺตา ได้แก่ ในที่ไม่ไกล. ปาฐะเป็น สมนฺตา ดังนี้ก็มี. หมายความว่าโดยรอบ. บทว่า อภินิเวโส ได้แก่ การหยุดอยู่ของกิ่งไม้ที่แผ่ออกไปคลุมอยู่. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka