เสียงเหล่านี้ คือ เสียง ๗ เสียง หมู่
เสียงผสม ๓ หมู่ ระดับเสียง ๒๑ ระดับ
ฐานเสียง ๔๙ ฐาน จัดเป็นกลุ่มเสียง
เสียงทั้งหมดนั่นแหละ พระโสณะได้ชำนาญมาแล้วทั้งนั้น.
บทว่า อจฺจายตา ได้แก่ (พิณ) ที่ขึงตึงเกินไป คือ มีระดับเสียงแข็ง
(ไม่นุ่มนวล). บทว่า สรวตี ได้แก่ ถึงพร้อมด้วยเสียง. บทว่า กมฺมญฺา
ได้แก่ เหมาะที่จะใช้งาน คือ ใช้งานได้. บทว่า อติสิถิลา ได้แก่ ระดับ
เสียงอ่อน (ยาน). บทว่า สเม คุเณ ปติฏฺิตา ได้แก่ อยู่ในระดับเสียง
ปานกลาง. บทว่า อจฺจารทฺธํ ได้แก่ ความเพียรที่ตึงเกินไป. บทว่า อุทฺธจฺจาย
สํวตฺตติ ความว่า ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้ฟุ้งซ่าน. บทว่า อติลีนํ ได้แก่
หย่อนเกินไป. บทว่า โกสชฺชาย ได้แก่ เพื่อความเป็นผู้เกียจคร้าน. บทว่า
วิริยสมตํ อธิฏฺาหิ ความว่า เธอจงดำรงสมถะที่สัมปยุตด้วยวิริยะไว้ให้มั่น
หมายความว่า จงประกอบวิริยะเข้ากับสมถะ. บทว่า อินฺทฺริยานญฺจ สมตํ
ปฏิวิชฺฌ ความว่า เธอจงดำรงความสม่ำเสมอ คือ ภาวะที่เสมอกันแห่ง
อินทรีย์ทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นไว้ให้มั่น.
ในข้อนั้น ภิกษุผู้ประกอบศรัทธาเข้ากับปัญญา ประกอบปัญญาเข้ากับ
ศรัทธา ประกอบวิริยะเข้ากับสมาธิ และประกอบสมาธิเข้ากับวิริยะ ชื่อว่า
เป็นผู้ดำรงภาวะที่เสมอกันแห่งอินทรีย์ทั้งหลายไว้มั่น. ส่วนสติ มีประโยชน์ต่อ
ธรรมทั้งปวง สตินั้นเฉพาะที่มีกำลังย่อมควรแม้ในกาลทุกเมื่อ. ก็วิธีประกอบ
อินทรีย์เหล่านั้นเข้าด้วยกันนั้น แถลงไว้ชัดเจนแล้วทีเดียวในปกรณ์วิเสส-
วิสุทธิมรรค.