Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 786

เล่ม มมร. 36 หน้า 786 ข้อ 339
เป็นฐานะที่จะมีได้ บำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญศีลทั้งหลาย ให้บริบูรณ์ ข้อนี้ย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ บำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์แล้ว จัก ละกามราคะ รูปราคะ หรืออรูปราคะ ข้อนี้ย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้. จบมิตตสูตรที่ ๓ อรรถกถามิตตสูตร พึงทราบวินิจฉัยในมิตตสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อาภิสมาจาริกํ ได้แก่ ธรรมที่เป็นสมาจารสูงสุด คือศีลที่ เป็นข้อบัญญัติ ด้วยสามารถแห่งวัตร. บทว่า เสขธมฺมํ ได้แก่ ศีลที่เป็น ข้อบัญญัติเกี่ยวกับเสขิยวัตร บทว่า สีลานิ ได้แก่ มหาศีล ๔ อย่าง. จบอรรถกถามิตตสูตรที่ ๓ ๔. ฐานสูตร (อารามสูตร) ว่าด้วยโทษการคลุกคลีคณะและคุณการไม่คลุกคลี [๓๓๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชอบคลุกคลีด้วยหมู่ ยินดีในการ คลุกคลีด้วยหมู่ ประกอบความยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่ ชอบคณะ ยินดี คณะ ประกอบความยินดีในคณะ จักเป็นผู้อยู่รูปเดียว ยินดียิ่งในวิเวก ข้อนี้ ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เมื่อไม่อยู่รูปเดียว ยินดียิ่งในวิเวก จักถือนิมิตแห่งจิต ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เมื่อไม่ถือนิมิตแห่งจิต จักบำเพ็ญสัมมาทิฏฐิให้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka