Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 70

เล่ม มมร. 37 หน้า 70 ข้อ 21
ไม่ได้กระทำการสาธยายธรรมที่เคยเรียนมาแล้ว. ดังนั้น ภิกษุ เหล่านั้นจึงมีแต่ความเสื่อมอย่างเดียว ไม่มีความเจริญเลย. ส่วนภิกษุเหล่าใด ย่อมปรารถนาการมาของเพื่อสพรหมจารี ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้น เป็นผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส กระทำ สามีจิกรรมมีการออกไปต้อนรับเป็นต้น แก่เพื่อนสพรหมจารีเหล่านั้น ผู้มาถึงแล้ว ย่อมปูอาสนะถวาย พาภิกษุผู้เป็นสพรหมจารีเหล่านั้น เข้าไปภิกษาจารบรรเทาความสงสัย ย่อมได้การฟังธรรมอันไพเราะ. ลำดับนั้น ชื่อเสียงอันดีงามของภิกษุเหล่านั้นก็ฟุ้งขจรไปว่า ภิกษุ ทั้งหลายในวิหารชื่อโน้น เป็นผู้มีศรัทธา เลื่อมใสสมบูรณ์ด้วยวัตร เป็นผู้สงเคราะห์ด้วยอาการอย่างนี้ ภิกษุทั้งหลายได้สดับข่าว ดังนั้น จึงพากันมาแม้แต่ที่ไกล. ภิกษุทั้งหลายเจ้าขอบถิ่น พระทำวัตร แก่ภิกษุเหล่านั้น เข้าไปใกล้ไหว้ภิกษุอาคันตุกะผู้แก่กว่า แล้วนั่งอยู่ ถือเอาอาสนะในสำนักของภิกษุผู้อ่อนกว่าแล้วนั่ง ถามว่า ทาน ทั้งหลายจักอยู่ในที่นี้หรือจักไป เมื่อทานกล่าวว่า จักไป จึงกล่าวคำ มีอาทิว่า เสนาสนะเป็นสัปปายะ ภิกษาหาได้ง่าย ดังนี้แล้ว จึงไม่ยอม ให้ไป. ถ้าภิกษุนั้นเป็นพระวินัยธรไซร้ ก็สาธยายพระวินัยในสำนัก ของท่าน. ถ้าท่านเป็นผู้ทรงพระสูตรเป็นต้น ก็สาธยายธรรมใน สำนักของท่านภิกษุเหล่านั้น ตั้งอยู่ในโอวาทของพระเถระผู้อาคันตุกะ ย่อมบรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย. ภิกษุอาคันตุกะ ทั้งหลาย ย่อมเป็นผู้กล่าวว่า พวกเขามาด้วยคิดว่า พวกเราจักอยู่ สักวันหนึ่ง สองวัน แต่พวกเราก็อยู่เสีย ๑๐ พรรษา ๒๐ พรรษา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka