Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 103

เล่ม มมร. 37 หน้า 103 ข้อ 40
ได้คิดว่า เราจะเที่ยวไปบิณฑบาตในกรุงโกสัมพี ก็ยังเช้านัก อย่า กระนั้นเลย เราควรเข้าไปยังอารามของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ลำดับนั้น ข้าพระองค์เข้าไปยังอารามของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ได้สนทนาปราศรัยกับพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ครั้นผ่านการ ปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ก็สมัยนั้น พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกกำลังนั่งประชุมสนทนากันว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านผู้ใดผู้หนึ่งประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ บริบูรณ์ครบ ๑๒ ปี ควรเรียกว่า ภิกษุผู้นิททสะ แต่ข้าพระองค์ ไม่ยินดี ไม่คัดค้านคำกล่าวของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้น ครั้นแล้วลุกจากอาสนะหลีกไป ด้วยคิดว่า เราจะรู้ทั่วถึงเนื้อความ ของภาษิตนี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์อาจหรือหนอ เพื่อทรงบัญญัติภิกษุนิททสะ ด้วยเหตุเพียง นับพรรษาอย่างเดียวในธรรมวินัยนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ ไม่มีใคร ๆ อาจ เพื่อบัญญัติภิกษุผู้นิททสะ ด้วยเหตุเพียงนับพรรษาอย่างเดียวใน ธรรมวินัยนี้ ก่อนอานนท์ วัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้ เรากระทำ ให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ประกาศแล้วนิททสะวัตถุ ๗ ประการเป็น ไฉน ดูก่อนอานนท์ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ เป็นพหูสูต ๑ ปรารภความเพียร ๑ มีสติ ๑ มีปัญญา ๑ ดูก่อนอานนท์ วัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้แล เรากระทำให้แจ้ง ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ประกาศแล้ว ดูก่อนอานนท์ ภิกษุผู้ประกอบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka