ของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ขอท่านพระโคดมผู้เจริญ โปรดทรงจำ
ข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
จบ เมถุนสูตรที่ ๗
อรรถกถาเมถุนสูตรที่ ๗
เมถุนสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า ชานุสโสณีพรหมณ์ บริโภค
อาหารเช้าแล้ว แวดล้อมไปด้วยทาสและกรรมกร เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้า. บทว่า ภวํปิ โน ตัดบทเป็น ภวํปิ นุ. บทว่า
พฺรหฺมจารี ปฏิชาติ ความว่า พราหมณ์นั้น ถามว่า ท่านพระโคดม
ผู้เจริญ ปฏิญาณการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ว่า เราเป็นผู้
ประพฤติพรหมจรรย์ ได้ยินว่า พราหมณ์ ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า
พราหมณ์ทั้งหลาย เรียนเวทในลัทธิของพราหมณ์ ประพฤติ
พรหมจรรย์สิ้น ๔๘ พรรษา ก็พระสมณะโคดม เมื่ออยู่ครองเรือน
ได้อภิรมย์กับนางสนม ๓ หมู่ในปราสาททั้ง ๓ บัดนี้ พระสมณะ
โคดมเจ้าตรัสอย่างไรหนอ ดังนี้แล้ว จึงได้ถามอย่างนี้ หมายเอาเนื้อ
ความนี้. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงบันลือสีหนาท
หมายถึง แม้เพียงวิตกก็ไม่เกิดขึ้น ปรารภสุขในราชสมบัติ หรือ
ความเพียบพร้อมด้วยนักฟ้อนในปราสาททั้งหลาย เพราะพระองค์
ทรงประพฤติความเพียรตลอด ๖ พรรษา ในเวลาที่ยังทรงมีกิเลส
เหมือนคนจับงูเห่าด้วยมนต์ และเหมือนเอาเท้าเหยียบคอศัตรูฉะนั้น
จึงตรัสคำมีอาทิว่า ยญฺหิ ตํ พฺราหฺมณ.