Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 159

เล่ม มมร. 37 หน้า 159 ข้อ 51
ภิกษุนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้ถึงความสงสัยในวัตถุที่เรา ไม่พยากรณ์ ไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวกผู้ได้สดับ. จบ อัพยากตสูตรที่ ๑ อัพยากตวรรคที่ ๑ อรรถกถาอัพยากตสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๖ สูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อพฺยากตวคฺถูสุ ความว่า ในวัตถุที่พระผู้มีพระภาคเจ้า มิได้ตรัส โดยพยากรณ์มีเอกังสพยากรณ์เป็นต้น. บทว่า สตฺโต ได้แก่ ตถาคต. บทว่า ทิฏฺฐฺคตเมตํ นี้ เป็นเพียงมิจฉาทิฏฐิ. ชื่อว่า สัตว์ผู้ไม่ถูกทิฏฐินั้นยึดไว้ ย่อมไม่มี. บทว่า ปฏิปทํ ได้แก่ อริยมรรค. บทว่า น ฉมฺภติ ความว่า ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยอำนาจทิฏฐิ. แม้ใน บทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า ตณฺหาคตํ ความว่า ตัณหาอัน สัมปยุตด้วยทิฏฐิ. แม้ในบทมีอาทิว่า สญฺาคตํ ก็นัยนี้เหมือนกัน. ด้วยว่าบรรดาบทเหล่านั้น สัญญาที่สัมปยุตด้วยทิฏฐินั่นแหละ พึง ทราบว่า สัญญาคตะ ความหมายรู้ มานะที่อิงอาศัยทิฏฐินั้นนั่นแหละ หรือความสำคัญหมายรู้ที่อิงอาศัยทิฏฐินั่นแหละ พึงทราบว่า มัญญิตะ ความสำคัญหมายรู้ ธรรมเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ซึ่งอิงอาศัยทิฏฐิ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka